- 26 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
กรณีมีข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ระดับรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถูกจับที่ประเทศญี่ปุ่นในข้อหาขโมยภาพวาดในโรงแรม จนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวโด่งดังอยู่ในเวลานี้ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานแล้ว และเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะกระทบความเชื่อมั่นต่อข้าราชการของไทยในการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และมั่นใจว่าข้าราชการไทยทุกคนมีระเบียบวินัยในการทำงาน
( คลิกอ่านข่าวเกี่ยวข้อง ด่วนที่สุด!!! สื่อญี่ปุ่นตีข่าวตร.รวบรองอธิบดีกรมทรัพย์สินฯข้อหาขโมยภาพในโรงแรมหลังกล้องวงจรปิดจับภาพสงสัยได้ปลัดพณ.เร่งประสานสอบข้อเท็จจริง )
ในโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการแสดงความเห็นของนายสนธิรัตน์ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการระบุว่า "ไม่กระทบต่อความเชื่อมั่น เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย" โดยเฉพาะพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Nuntdach Makswat ระบุว่า "เป็นถึงรัฐมนตรี กระทรวงสำคัญ ที่มีการทุจริตมากที่สุด คดีก็ยังอยู่ในชั้นศาล และยังมีภาระในอีกหลายๆเรื่อง ที่ต้องใช้จ่ายเงินหลวงอีกมากมาย พูดออกมาแบบนี้ได้ไง ทุจริต หรือ ขโมยของเขา ไม่ว่าจะเจตนา หรือไม่ ก็ต้องผิดแน่นอน แล้วยังมาพูดซ้ำอีกว่า "นานๆเกิดขึ้นทีหนึ่ง" ไม่กระทบต่อข้าราชการไทย แต่มันกระทบกับคนไทยที่เขาถือพาสปอร์ตธรรมดามากครับ หรือคุณไม่ได้ดูเรื่องของประชาชนทั่วๆไปเลย ที่เข้ายาก-ออกยาก เพราะข้าราชการพวกนี้ทำเรื่องทิ้งไว้ พูดแบบไม่รับผิดชอบอะไรเลย อย่างนี้ปล่อยให้มาดูแลเงินทองมากมาย ได้อย่างไรกัน "
ทั้งนี้ก่อนหน้า นั้นนายสนธิรัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวจะต้องมีการพิจารณาและให้ความเป็นธรรม แต่ต้องรอผลการตรวจสอบจากประเทศญี่ปุ่นก่อน ว่ามีเหตุผลและข้อเท็จจริงในการกระทำเป็นอย่างไร แต่หากผิดจริงก็จะมีการจัดการตามระเบียบขั้นตอนทางราชการและมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนี้มั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะกระทบความเชื่อมั่นต่อข้าราชการของไทยในการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และมั่นใจว่าข้าราชการไทยทุกคนมีระเบียบวินัยในการทำงาน และคาดว่าผลสรุปเรื่องดังกล่าว จะรู้ผลภายใน1-2 วันนี้
ขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊ก Nuntdach Makswat
เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์
