- 27 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีกลุ่มธรรมาภิบาลที่นำโดยนายโยธิน ภมรมนตรี อดีตกัปตันและผู้บริหารการบินไทย ได้เดินทางไปยื่นหนังสือให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรื คสช. เกี่ยวกับเครื่องบินแอร์บัสที่จอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ รวมทั้งในโลกออนไลน์ต่างแชร์ภาพเครื่องบินดังกล่าวนั้น ล่าสุดการบินไทย ได้ออกมาชี้แจงแล้ว โดยรายละเอียดว่า
“ การบินไทย ชี้แจงภาพเครื่องบินแอร์บัสเอ 340-500 และแอร์บัส เอ 340-600 ถูกจอดทิ้งไร้ประโยชน์ที่สนามบินอู่ตะเภา ยันอยู่ระหว่างเร่งรัดขายต่อ แต่ติดปัจจัยหลายด้าน ซึ่งจากกรณีมีการแชร์ภาพเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 และแอร์บัส เอ 340-600 ของสายการบินไทย ถูกปล่อยให้จอดทิ้งไว้ ไม่ได้ใช้งาน ที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้นั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ร.อ. กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจการองค์กร เปิดเผยว่า ภาพเครื่องบินดังกล่าวคือ เครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 และแอร์บัส เอ 340-600 จำนวน 10 ลำ
ถูกจอดทิ้งไว้จริง เนื่องจากเมื่อปี 2551 บอร์ดการบินไทย มีมติให้ยกเลิกเส้นทางบินกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก และเส้นทางกรุงเทพฯ-ลอสแอนเจลิส โดยปัจจุบันถูกนำจอดอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภา อยู่ระหว่างประกาศขายแต่ยังไม่สามารถขายได้
ทั้งนี้ ร.อ. กนก กล่าวว่า การจัดซื้อเครื่องบินแต่ละครั้งจะมีคณะกรรมการพิจารณาซึ่งขึ้นอยู่กับการสั่งซื้อเครื่องบิน เครื่องยนต์ และกรอบเวลาในการจัดหา และที่ขณะนี้ยังไม่สามารถขายได้นั้น เพราะเครื่องบินของการบินไทยแต่ละลำมีอายุในการใช้งานตั้งแต่ 12 ปี, 15 ปี และ 20 ปี ซึ่งต้องหักค่าเสื่อมและต้องประเมินราคากลาง หากขายก็จะราคาต่ำไม่คุ้มทุน โดยทางบอร์ดของการบินไทยเองก็พยายามเร่งรัดการขายเครื่องบินอยู่แล้ว "
ขณะที่นางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย กล่าวว่า การจัดซื้อเครื่องบินทั้ง 2 รุ่นนี้ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่จะด้วยเจตนาที่จะมีผลประโยชน์หรือไม่นั้นต้องรอผลการพิสูจน์ เพราะเห็นๆ อยู่ว่าการซื้อเครื่องบินมาแล้วใช้ไม่ได้ ไม่คุ้มทุน เป็นเรื่องที่ทำให้การบินไทยต้องรับภาระอยู่ทุกวันนี้ การที่ซื้อมาทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ามันไม่คุ้มทุนแต่ก็ยังซื้อ ทำให้เกิดการขาดทุนกว่า 2 แสนล้านบาท
ก่อนหน้านี้นายโยธิน ได้ยื่นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมทั้งการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ อะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ใต้มหาสมุทร? โครงการจัดซื้อเครื่องบิน A340-500/600 ทั้งหมด 10 ลำ แบ่งเป็น 1.1 โครงการจัดซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 (ผมพูดเสมอๆ ว่า มีแต่คนโง่หรือคนโกงเท่านั้นที่ซื้อเครื่องบินแบบนี้) จำนวน 4 ลำ ทั้งๆ ที่สภาพัฒน์เสนอให้ศึกษาใหม่ แต่สุดท้ายอำนาจการเมืองกลับเหนือความถูกต้อง และผลเป็นอย่างไรบริษัท การบินไทย ขาดทุนย่อยยับ (บริษัท Airbus ผลิตเครื่องบิน A340-500 มาแค่ 35 ลำ และเลิกผลิต เพราะไม่สามารถหาคนโง่ หรือคนโกงมาซื้อได้อีก)
บัดนี้ เครื่องบิน A340-500 ทั้ง 4 ลำ จอดตากแดด-ตากฝนมาหลายปีแล้ว มีคนมาขอซื้อทั้ง 4 ลำ ในราคา 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐต่อลำ คณะกรรมการบริษัท ซึ่งมี ดร.อำพน เป็นประธานไม่ยอมขาย ปัจจุบัน ยังจอดตากแดด-ตากฝนต่อไป จนจะเป็นเศษเหล็กอยู่แล้ว หมดไปแล้ว 15,000 ล้านบาท 1.2 A 340-600 อีก 6 ลำ มีอายุใช้งานมาแค่ 10 ปี ยังมีอายุใช้งานอีก 10 ปี แต่ไม่ใช้ เอาไปจอดรอตากแดด-ตากฝนรอการขายมาแล้ว 2 ปี ยังขายไม่ได้ บอกว่าจะขายให้สายการบินในประเทศอิหร่าน ปรากฏว่า เขาไปซื้อจากสายการบิน Virgin Atlantic แล้วจำนวน 8 ลำ ปัจจุบัน ทั่วโลกยังมีเครื่องบินรุ่นนี้ ที่ยังใช้ทำการบินอยู่อีก 72 ลำ ในสภาพที่ดีกว่าและราคาในบัญชีถูกกว่าของการบินไทยประมาณ 30%
เมื่อเป็นเช่นนี้ ยังไม่คิดที่จะเอากลับมาใช้หรือ? หรือจะทิ้งให้เป็นเศษเหล็ก เหมือน A340-500 หมดไปอีกแล้ว 22,500 ล้านบาท การนำเครื่องบิน B 747-400 ที่มีอายุงานกว่า 20 ปี ไปดัดแปลงเป็นเครื่องบินบรรทุกสินค้า หมดเงินค่าดัดแปลงไปเกือบ 2,000 ล้าน ในการทำ feasibility โดยบริษัทที่ปรึกษา
เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์
