- 27 ม.ค. 2560
ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th
อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews
ว่าไงคนไทย...รู้เรื่องนักการเมืองซื้อเครื่องบินมาจอดทิ้ง...หวังงาบหัวคิวกันหรือยัง...โดยเรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดย "กัปตันโยธิน ภมรมนตรี" อดีตกัปตันการบินไทย ในฐานะตัวแทนกลุ่มธรรมาภิบาล ได้ยื่นหนังสือต่อ "บิ๊กตู่" ให้ตรวจสอบความโปร่งใสกระบวนการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A340-500 และ A340-600 จำนวน 10 ลำ ที่ขณะนี้ถูกจอดทิ้งไว้ที่สนามบินอู่ตะเภา และไม่มีการใช้งาน โดยเครื่องบินทั้งหมดจัดซื้อช่วงปี 2545-2546 หรือ "ยุคทักษิณ 1" ทั้ง ๆ ที่ถูกสภาพัฒน์ฯ คัดค้านมาตั้งแต่ต้น เพราะเห็นว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และส่อเกิดการทุจริตครั้งใหญ่ แต่ฝ่ายการเมืองที่อ้างเป็นพวกประชาธิปไตยแบบ "ระบอบทักษิณ" ไม่ยอม...คือจะเอาเสียอย่าง สุดท้ายก็อนุมัติซื้อจนได้...แล้วจอดเป็นสุสานเศษเหล็กอยู่ที่อู่ตะเภาจนทุกวันนี้...แน่นอน...ทำให้การบินไทย "พัง" นับแต่นั้นเช่นกัน...แล้วจริง ๆ ว่าไปแล้วก็มีคนไทยไม่มากคนจะรู้ข้อเท็จจริงนี้
วันนี้ (27 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ "กัปตันโยธิน ภมรมนตรี" อดีตกัปตันการบินไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสกระบวนการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A340-500 และ A340-600 จำนวน 10 ลำ ที่ขณะนี้ถูกจอดทิ้งไว้ที่สนามบินอู่ตะเภา ไม่มีการใช้งานว่า มีความโปร่งใสหรือคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ โดยเครื่องบินดังกล่าวมีกระบวนการจัดซื้อตั้งแต่ปี 2545-2546 มีการอนุมัติมาเป็นขั้นตอนตั้งแต่การบินไทยผ่านไปยังระดับกระทรวง แต่เมื่อมาถึงขั้นตอนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นควรให้การบินไทยทบทวนโครงการและเสนอโครงการใหม่ แต่การบินไทย ก็ยังดำเนินการจัดซื้อ และเมื่อนำมาให้บริการ ขาดทุนปีละประมาณ 3-5 พันล้านบาท จึงจำเป็นต้องหยุดให้บริการ
หลังจากที่เครื่องบินถูกจอดทิ้ง ได้มีผู้สนใจขอซื้อต่อในราคาลำละ 760 ล้านบาท แต่คณะกรรมการการบินไทยไม่อนุมัติให้ขาย เพราะราคาขณะจัดซื้อลำละประมาณ 5-6 พันล้านบาท และขณะนี้เครื่องบินทั้งหมดปลดประจำการ และจอดอยู่ที่สนามบินดอนเมืองและสนามบินอู่ตะเภา ทั้งนี้ การจัดซื้อดังกล่าว ถือเป็นการจัดซื้อที่ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน มีความไม่ชอบมาพากลของการบินไทย จึงขอให้นายกฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบในการบินไทย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยการตั้งกรรมการพิเศษเพื่อตรวจสอบเฉพาะ และให้มีการปฏิรูปเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและไร้ทุจริต
นอกจากนี้ "กัปตันโยธิน" ยังขอให้ตรวจสอบ นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย และนายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เนื่องจากกรณีที่ นายจรัมพร อนุมัติการเดินทางซึ่งมีค่าวีซ่า ระยะเวลา 10 ปีและค่าดำเนินการให้นายณรงค์ชัย ไปร่วมงานของบริษัทโบอิ้ง ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2559 กว่า 7 หมื่นบาท ทั้งที่ นายณรงค์ชัย เป็นพนักงานจ้างตามสัญญา 4 ปี เหลืออายุปฏิบัติงานอีกประมาณ 19 เดือนเท่านั้น
