เปิดโปง "บุรินทร์" หมิ่นเจ้า! หลักฐานชัดขบวนการล้มล้างสถาบันมีอยู่จริง! แอบแฝงตัวในสังคม ที่ใช้ประชาธิปไตยเป็นแค่ฉากบังหน้า

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

ศาลทหารตัดสินจำคุกบุรินทร์ อินติน 10 ปี 16 เดือน คดีที่ถูกฟ้องว่าได้ไปแสดงความคิดเห็นใต้คลิปวิดีโอและได้แชตกับพัชนรีซึ่งเป็นแม่ของสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ในเฟซบุ๊กรวมทั้งหมด 2 กรรม ในฐานความผิดหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2550
          โดยเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ศาลทหารมีนัดสอบคำให้การบุรินทร์ โดยบุรินทร์ได้รับสารภาพทุกข้อหา ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาวันนี้
          ทั้งนี้ การลงโทษ 10 ปี 16 เดือนดังกล่าว มาจากการรับสารภาพของบุรินทร์จึงได้ลดกึ่งหนึ่ง แต่ประกอบกับเพิ่มโทษ 1 ใน 3 เนื่องจากเคยต้องโทษอื่นมาก่อนและยังไม่พ้นเวลา 5 ปี รวมแล้วจึงมีโทษจำคุก 10 ปี 16 เดือน โดยนายบุรินทร์ถูกจับกุมตั้งแต่ 27 เมษายน 2559 จากการเข้าร่วมกิจกรรม “ยืนเฉยๆ” กับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ หลังจากถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ต่อมาก็มีเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 3/2558 ควบคุมตัวออกไปจากห้องสอบสวน ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2559 พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายเสนาธิการผู้บังคับบัญชา คณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมาย คสช. นำตัวบุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 14 (3) นำส่งให้ พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รอง ผกก. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. ดำเนินคดี และถูกนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 30 เมษายน 2559

ทั้งนี้ก่อนหน้า พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายเสนาธิการผู้บังคับบัญชา คณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมาย คสช. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรม นายบุรินทร์ มาตลอด หลังจากสายข่าวพบการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Burin Intin” ในลักษณะต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาล และ คสช. รวมทั้งมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยมีข้อความลักษณะกล่าวว่าร้ายพระมหากษัตริย์ ซึ่งเข้าข่ายผิด ป.อาญา ม.112 กระทั่งวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลา 12.13 น. นายบุรินทร์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความ “นู๋อยากโดนอุ้ม#ปล่อยเพื่อนเราที่โดนอุ้ม” ก่อนจะมีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในคลิปดังกล่าว

      

       พ.อ.บุรินทร์ เปิดเผยต่อว่า หลังจากนั้น ในวันเดียวกันช่วงเวลา 18.00 น. นายบุรินทร์ ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม “ยืนเฉย ๆ” กับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนจะเป็น 1 ใน 16 รายที่ถูกตำรวจ สน.พญาไท ควบคุมตัว จากนั้นทหารเดินทางไป สน.พญาไท เพื่อเชิญตัว นายบุรินทร์ มาควบคุมตามคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ต่อมาวันที่ 28 เม.ย. เจ้าหน้าที่ทหารเดินทางมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับ นายบุรินทร์ ก่อนวันนี้ศาลทหารจะออกหมายจับในข้อหาดังกล่าว

      

       “ต่อมา เจ้าหน้าที่ทหารได้คุมตัว นายบุรินทร์ ไปตรวจค้นบ้านพักที่อาศัยอยู่กับญาติ ซึ่งเป็นร้านอัดรูปสปอร์ตดิจิตอลโฟโต้ ปากซอยปลูกจิตร 1 ถ.พระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ ก่อนยึดซีพียูคอมพิวเตอร์ จำนวน 3 เครื่อง เพื่อตรวจสอบว่า มีการใช้เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นทางการเมืองหรือไม่ และขันแดง 1 ใบที่ได้มาจากการไปชุมนุมในกลุ่มพลเมืองโต้กลับด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่พบโทรศัพท์มือถือของ นายบุรินทร์ จากการสอบถามบอกว่าได้ฝากเพื่อนที่ชื่อ “ว่าน” ไปแล้ว และอยู่ระหว่างติดตามตัว” พ.อ.บุรินทร์ กล่าว

      

       ด้าน นายบุรินทร์ รับสารภาพว่า ตนเริ่มเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2558 เป็นครั้งแรก จากนั้นก็เริ่มรู้จักกับแกนนำของกลุ่ม และมีการโพสต์คุยกันในเฟซบุ๊กมาตลอด ทั้งนี้ ยอมรับว่า เป็นคนโพสต์ข้อความต่าง ๆ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนของตัวเองก่อนโพสต์ก็ไม่คิดว่าจะมีเจ้าหน้าที่ทราบเรื่อง แต่ที่ตนโพสต์ไม่มีใครมาแนะนำแต่อย่างใด ซึ่งการรวมตัวกันในแต่ละครั้งจะมีการพูดคุยในเฟซบุ๊กก่อนนัดหมายกำหนดการ โดยตนได้โพสต์ข้อความสุดท้าย คือ วันที่ 27 เม.ย. ช่วงเที่ยงก่อนมาถูกจับกุมในตอนเย็นของวันเดียวกัน ส่วนโทรศัพท์ตนนั้นได้ฝากเพื่อนชื่อ “ว่าน” และเป็นเพื่อน “จ่านิว” นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์

 

แต่ที่มากไปกว่านั้น คือยังมีข้อมูลว่า นาย บุรินทร์ ยังมีความสนิทสนม กับแม่ของจ่านิวอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะสอดคล้องกับที่ช่วงเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ จากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ ซึ่งเป็นภาพที่ระบุว่า เป็นบันทึกแชทระหว่างแม่จ่านิว และนายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาคดี ม.112 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ทั้งคู่มีการพูดคุยกันในลักษณะยืมเงิน และแม่จ่านิวตอบว่า "จ้า" เพื่อแสดงว่าไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

         ในขณะที่มีรายงานข่าว เพิ่มเติมว่า ด้านตำรวจและทหารได้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากบทสนทนาของทั้งคู่มีมากกว่าที่เห็น และพบว่านางสาวพัฒน์นรี หรือแม่จ่านิว เป็นผู้เริ่มต้นบทสนทนาด้วย

 

 

เปิดโปง "บุรินทร์" หมิ่นเจ้า! หลักฐานชัดขบวนการล้มล้างสถาบันมีอยู่จริง! แอบแฝงตัวในสังคม ที่ใช้ประชาธิปไตยเป็นแค่ฉากบังหน้า

 

 

เปิดโปง "บุรินทร์" หมิ่นเจ้า! หลักฐานชัดขบวนการล้มล้างสถาบันมีอยู่จริง! แอบแฝงตัวในสังคม ที่ใช้ประชาธิปไตยเป็นแค่ฉากบังหน้า

 

 

เปิดโปง "บุรินทร์" หมิ่นเจ้า! หลักฐานชัดขบวนการล้มล้างสถาบันมีอยู่จริง! แอบแฝงตัวในสังคม ที่ใช้ประชาธิปไตยเป็นแค่ฉากบังหน้า

 

 

เรียบเรียง บุญชัย