- 27 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
กลายเป็นเรื่องโอละพ่อที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วจ.อยุธยา เมื่อมีรายงานข่าวว่ามีการจัดงานศพแล้วเจ้าภาพขอยกเลิกกระทันหันเนื่องจากพบว่าคนที่อยู่ในโลงศพเป็นคนละคนกัน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อที่ วัดประดู่ทรงธรรม ม.4 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นทางด้าน นายประสาน มีสมโรจน์ อายุ 58 ปี บ้านอยู่ 61/1 ม 7 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา สัปเหร่อของวัดที่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่า เดิมทีนายนตรี พันธุ์ชงค์ อายุ 45 ปี บ้านอยู่เลขที่ 47 ม. 3 ต.ข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ติดต่อนำศพของผู้เสียชีวิตมาที่วัด
โดยระบุในใบมรณบัตรระบุว่าเป็นนายกฤษณะ สุขกลิ่น อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125/5 ม 8 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา และน้องคนละบิดากัน ซึ่งถูกรถชนเสียชีวิตบริเวณถนนสายอุทัย-หนองน้ำส้ม หน้า หจก.เอสรีไซเคิล อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และตอนที่นำศพมานั้นมีเอกสารใบมรณบัตรมาแสดงอย่างถูกต้อง จึงดำเนินการตามขั้นตอนจนถึงการสวดพระอภิธรรมศพในคืนแรกเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา
ต่อมาได้รับแจ้งจากนายนตรี ว่า จะไม่สวดศพของนายกฤษณะแล้ว เนื่องจากนายกฤษณะตัวจริงยังไม่เสียชีวิต ทำให้ตนต้องปิดศาลาเอาไว้ เพื่อรอนายกฤษณะมายืนยันและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่สำคัญตั้งแต่ทำหน้าที่สัปเหร่อมา 30 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ทราบว่าคนที่อยู่ในโลงเย็นและมีการประดับประดอกไม้อย่างดีนี้เป็นใคร
จากนั้นผู้สื่อข่าวสามารถติดต่อนายนตรี ได้เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุพอทราบข่าวว่าผู้เสียชีวิตเป็นน้องชายก็ตกใจ เนื่องจากมีบัตรประชาชนใกล้ที่เกิดเหตุ จึงไปดูศพและเห็นว่า มีลักษณะคล้ายจึงนำมาบำเพ็ญกุศล โดยไม่ได้ตรวจดูอย่างละเอียด และมีกำหนดจะฌาปนกิจวันที่ 28 ม.ค. แต่ญาติที่ จ.นครสวรรค์ ได้โทรศัพท์มาบอกว่านายกฤษณะน้องชายเดินทางไปถึงนครสวรรค์แล้ว จึงได้พูดคุยกันและตกใจที่ตนไปรับศพใครมาก็ไม่ทราบ และยังได้จัดดอกไม้เตรียมงานให้อย่างดี เพราะนึกว่าเป็นการทำให้คนตายซึ่งเป็นน้องชาย
ล่าสุดนายนตรี พร้อมด้วยนายกฤษณะ ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ อินทสูตร พนักงานสอบสวน สภ.อุทัย เพื่อลงบันทึกประจำวันและยืนยันว่า นายกฤษณะ ไม่ได้เสียชีวิต ซึ่งทางตำรวจได้รับเรื่องและตรวจสอบเอกสารพร้อมทั้งรายงานผู้บังคับบัญชาต่อไป
ขณะที่ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่นายกฤษณะ มายืนยันตนเองก็จะต้องประสานกับทางสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรับศพกลับไป และตามหาญาติ ส่วนการที่มีการเข้าใจผิดว่า นายกฤษณะเสียชีวิตนั้น เกิดจากการที่นายกฤษณะ เดินทางไป จ.นครสวรรค์ โดยขึ้นรถไฟ แล้วทำกระเป๋าสตางค์ตกหายเมื่อหลายวันก่อน จากนั้นเกิดเหตุชายไม่ทราบชื่อถูกรถชนเสียชีวิต เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เป็นคนเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง และพบบัตรประชาชนของนายกฤษณะในกระท่อมริมถนนใกล้ที่เกิดเหตุ จึงทำให้เข้าใจว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายกฤษณะ ซึ่งต่อมาญาติเดินทางไปรับศพก็ยืนยันว่า เป็นนายกฤษณะ จึงได้นำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลดังกล่าว
เรียบเรียง : กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณภาพ : ไทยรัฐ ออนไลน์
