- 28 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ถือเป็นความเหี้ยมโหดของพฤติการณ์ทาสยาบ้าและทำให้ภรรยาของตัวเองต้องกลายเป็นเหยื่อถูกฆ่าอย่างน่าเศร้าสลด โดยเหตุการณ์นี้เป็นทางด้าน ร.ต.อ.ธนัช นครไธสง ร้อยเวรสอบสวน สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุสามีใช้สว่านทำร้ายภรรยาจนเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 77 ม.4 บ.เสม็ด ต.ชุมแสง อ.กระสัง จึงรายงานเหตุเบื้องต้นให้ พ.ต.อ.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผกก.สภ.กระสัง รับทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.ศุภกฤต คุณประทุม รองผกก.(สอบสวน) สภ.กระสัง
โดยภายในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณชั้นสองของบ้าน มีข้าวของกระจัดกระจายและคราบเลือดไหลนองอยู่เต็มที่นอน และพบสว่านเปื้อนเลือดวางอยู่บนที่นอนด้วย คาดว่าน่าจะเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุฆ่า น.ส.เบญจมาศ ชัยชุมพล อายุ 22 ปี โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลสองชั้น ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลกระสังไปก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุแล้ว
ส่วนผู้ก่อเหตุ ทราบภายหลังว่าคือ นายวินัย เชิดกาย อายุ 40 ปี และเป็นสามีของ น.ส.เบญจมาศ ผู้ตาย ปัจจุบันมีอาชีพรับเหมาทำหินขัดอยู่ในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ และจ.สุรินทร์ โดยหลังลงมืออย่างเหี้ยมโหดกับภรรยาแล้ว ได้กระโดดหน้าต่างหลบหนีแต่ไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ขณะเดินเท้าไปตามถนนสายบุรีรัมย์-สุรินทร์ ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ 3 กิโลเมตร ในสภาพเสื้อผ้าเต็มไปคราบเลือด พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายคนเมา จึงได้ควบคุมตัวไปที่ สภ.กระสัง และนำไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดก็พบว่าเป็นสีม่วง จึงนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านก็พบอุปกรณ์ในการเสพยาบ้าจึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเพิ่มเติมนายวินัยยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าภรรยาของตัวเองจริง โดยใช้สว่านแบบไร้สายใส่ถ่าน ทุบและเจาะศรีษะ ใบหน้า แขน หลายแผล เพราะเกิดอาการจิตหลอนหวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายตัวเอง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุแท้จริงอีกครั้ง แต่เบื้องต้นได้แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) และกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ก่อนจะควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทางด้านนางสมนาง ชัยชุมพล อายุ 49 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต บอกว่า นายวินัย ได้มาอยู่กินกับลูกสาวของตนเองฉันท์สามีภรรยามา 3 ปีแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นทั้งสองทะเลาะกันถึงขั้นรุนแรง และไม่เคยรู้ว่าลูกเขยเสพยาเสพติด เพราะเช้ามาก็ออกไปทำงานรับเหมาทำหินขัด ส่วนลูกสาวก็ไปเป็นลูกมือด้วยกว่าจะกลับมาในช่วงเย็น
โดยในช่วงก่อนเกิดเหตุเห็นลูกเขย นั่งดื่มเบียร์อยู่ในบ้านคนเดียวก็ไม่มีอะไรผิดปกติ กระทั่งเวลาประมาณตี 4 เศษ ได้ยินเสียงลูกสาวร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด จึงวิ่งขึ้นไปเคาะประตูห้องนอนแต่ถูกปิดล็อคไว้แน่นเข้าไปไม่ได้ จึงตะโกนให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงมาช่วยงัดฝาบ้านเพื่อจะเข้าไปช่วยลูกสาว แต่เมื่องัดฝาบ้านออกเข้าไปในห้องนอนได้ก็พบร่างของลูกสาวนอนแน่นิ่งจมกองเลือดแล้ว ในสภาพบาดแผลเต็มตัว จึงโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ชีพให้มาช่วยนำร่างลูกสาวโรงพยาบาลแต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เพราะลูกสาวเสียชีวิตแล้ว
ขณะที่นายเสนอ กะสินรัมย์ อายุ 58 ปี ลุงผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีด้วยความเป็นธรรม และลงโทษผู้ก่อเหตุฆ่าหลานสาวให้ถึงที่สุด เพราะถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมทารุณเกินกว่าที่จะรับได้ ทั้งที่หลานของตนเองไม่ได้มีความผิดอะไร และไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้หรือหลบหนีได้เลย
เรียบเรียง : มนันยา สำนักข่าวทีนิวส์
