- 28 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ภายหลังจากออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนักในการเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เร่งดำเนินการกับผู้กระผิดในการบุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติ จังหวัดน่าน และมีการลักลอบตัดไม้สักทองจำนวนมากในโครงการพระราชดำริป่ารักษ์น้ำ โดย ทนายสงกานต์อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ พ.ต.อ.สองขวัญ รัชดาธนวัฒน์ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร จ.น่าน
ประเด็นสำคัญทั้งสองยังอ้างอิงข้อมูลด้วยว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเป็นโหรชื่อดังและมีอิทธิพลทางภาคเหนือ โดยมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการตัดไม้ไปทำรีสอร์ตหรู ที่ตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแต่ละหลัง มีมูลค่ากว่า24 ล้าน – 54 ล้านบาท และมีการลักลอบตัดไม้คุ้มครองมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2549 และยังมีแนวโน้มจะขยายโครงการต่อไปอีกเรื่อยๆ
ล่าสุดเป็นทางด้าน นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าของฉายาโหร คมช. ที่เดินหน้าเปิดเกมส์ตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้มีการระบุตัวบุคคล ด้วยการเชิญ พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบช.ภ.5 ผู้ดูแลด้านการป้องกันปราบปรามทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบวิหารหลวงปู่เกวาลัน สำนักสุขิโต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และพื้นที่โครงการหมู่บ้านหรู "ฮิมมา " ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนโชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รวมถึงร้านชอมพอร์ ลานนา เรสเตอรอง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งการตัดไม้ทำลายป่าที่กำลังเป็นกระแสข่าวใหญ่ในขณะนี้
นายวารินทร์ ระบุด้วยว่าการที่ตนตัดสินใจเชิญหน่วยงานหลักด้านการป้องกันปราบปรามทรัพยากรธรรมชาติ มาดูโครงการของตนทั้ง 3 จุด ก็เพราะเนื่องจากนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สองขวัญ รัชดาธนวัฒน์ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร จ.น่าน ให้สัมภาษณ์ว่ามี โหรชื่อดัง และเป็นผู้มีอิทธิพลทางภาคเหนือ ลักลอบตัดไม้สักทองจำนวนมากในโครงการพระราชดำริป่ารักน้ำ ภายในอุทยานแห่งชาติจังหวัดน่าน เพื่อนำไปทำรีสอร์ท และบ้านไม้สักหรูในตัวเมือง จ.เชียงใหม่ จึงเชิญหน่วยงานมาตรวจสอบ เพราะเมื่อมีคนใส่ร้ายตนออกสื่อ หากตรวจสอบแล้วผิดก็พร้อมจริงให้จับทันที ขณะเดียวกันตนก็พร้อมจะเรียกร้องชื่อเสียงคืน โดยการปรึกษาทางกฎหมายเพื่อดำเนินการกับบุคคลทั้ง 2 ที่ให้ข้อมูลเท็จกับประชาชน
“ตนขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการตัดไม้สักทองที่ จ.น่าน ตามที่กล่าวอ้าง เพราะโครงการฮิมมา เพรสทีจ ลิฟวิ่ง และซอมพอร์ลานนา เรสเตอรองท์ ส่วนใหญ่สร้างจากวัสดุก่อสร้างทั่วไป อาทิ ปูนซีเมนต์ ไม้เฌอร่า หรือวัสดุสังเคราะห์ ที่สั่งซื้อจากร้านค้าวัสดุก่อสร้างในเชียงใหม่ ไม่มีไม้สักทองตามที่กล่าวหาสามารถตรวจสอบได้ จึงเป็นการใส่ร้าย ข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท ทั้งที่ผู้กล่าวหานำสถาบันมากล่าวอ้างและถวายฏีกา ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรทำอย่างยิ่ง อาจเข้าข่ายความผิด ม. 112 ฐานถวายฎีกาอันเป็นเท็จ และผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ เพราะครอบครัวทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้ไปทำลายทรัพยากรป่าไม้แต่อย่างใด”
ขณะที่ พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผบช.ภ.5 ระบุว่า จากการตรวจสอบในแต่ละจุดไม่พบว่ามีการกระทำผิดกฏหมายใด ๆ ทั้งสิ้น ไม้ที่เสริมก็เป็นไม้ที่มีการซื้อขายถูกต้อง ไม่ผิดกฏหมาย อย่างไรก็ตามจากนี้ทางตำรวจภาค 5 จะขอเชิญนายสงกานต์ และพ.ต.อ.สองขวัญ มาให้ข้อมูลต่อไป
เช่นเดียวกับนายผณินทร์ ทับกล่ำ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (สปป.3) (ภาคเหนือ) กรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งกล่าวว่า การตรวจสอบโครงการหมู่บ้านจัดสรรฮิมมา และร้านอาหาร รวมถึงวิหารไม่พบการกระทำผิดใดๆเกิดขึ้น เพราะการก่อสร้าง ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆที่ใช้วัสดุจากไม้สัก จากนี้คงต้องรอดูข้อมูลจากผู้กล่าวอ้างทั้งสองก่อนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรแล้วค่อยดำเนินการต่อไป
ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบกับหน้าเพจเฟซบุีกของทนายสงกานต์ กลับไม่พบโพสต์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมแฉข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบุกรุกป่า ในพื้นที่ จ.น่าน ตามที่เคยปรากฎก่อนหน้า จึงต้องจับตาดูว่าวันที่ 3 ก.พ.นี้ทนายสงกานต์จะแสดงหลักฐาน ข้อเท็จริงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ตามที่ระบุไว้หรือไม่ ??
เรียบเรียง : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
