ระงับแล้ว!!! นายกสั่งห้ามขสมก.รับมอบรถเมล์ NGV หลังพบข้อเท็จจริง เข้าข่ายสำแดงเท็จ

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

กรมศุลกากรได้ส่งข้อมูลการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีที่เข้าข่ายสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบแล้ว โดยนายกฯได้ย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าถ้าที่มาของรถไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามสัญญาก็ไม่ต้องตรวจรับรถ
          พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีรถเมล์เอ็นจีวี พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของหน่วยงาน แต่พล.อ.ประยุทธ์ให้นโยบายไปแล้วว่า กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ในการจัดหารถ ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย กระทรวงการคลังและกรมศุลการต้องดำเนินการให้ถูกต้องในการจัดเก็บภาษี ถ้ามีข้อมูลเรื่องต้นกำเนิดที่มาของรถเป็นอย่างไรก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากที่มาของรถไม่ตรงกับที่ระบุในสัญญาที่ทำกับขสมก. ก็ไม่มีการตรวจรับรถได้

นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(สร.ขสมก.)กล่าวถึงการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้ชะลอการรับรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของตัวรถให้มีความชัดเจนว่า สหภาพฯมีความเห็นสอดคล้องกับนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้ เพราะในช่วงที่ผ่านมากระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง(TOR )ก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทางสหภาพฯเข้าไปตรวจสอบ ทำให้เกิดปัญหาเรื่อยมากับหลายโครงการ รวมถึงโครงการนี้ด้วยเช่นกัน

ดังนั้นหากไม่สามารถนำรถเมล์เอ็นจีวีออกมาให้บริการกับประชาชนได้ภายในเดือนก.พ. ควรที่จะยกเลิกสัญญาโครงการกับบริษัทเบสท์รินกรุ๊ปทันที เพราะระยะเวลาในการส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีล่วงเลยกำหนดการณ์มามากแล้ว และควรยกเลิกการใช้รถเมล์ระบบเชื้อเพลิงเอ็นจีวี เพราะมีแนวโน้มต้นทุนราคาที่เพิ่มขึ้น และควรเร่งตัดสินใจว่าต้องนำรถเมล์แบบใดมาให้บริการกับประชาชน เพราะในช่วงที่ผ่านมาได้มีการศึกษารถเมล์หลายประเภท เช่น รถเมล์ไฮบริดจ(รถเมล์ไฟฟ้า) และเชื่อว่าหากทุกหน่วยงานช่วยเหลือกัน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในครั้งต่อไปต้องทำได้รวดเร็วขึ้น
          "ที่สำคัญหากโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีต้องยกเลิก จะต้องหาผู้รับผิดชอบที่ดำเนินโครงการนี้ว่าหละหลวมกับการร่างสัญญาและกระบวนการตรวจสอบในส่วนใด และหากตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการคู่สัญญาจงใจที่จะหลีกเลี่ยงภาษีและทำผิดกฎจริงก็ควรขึ้นแบล็คลิสต์บริษัทดังกล่าวทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นในกระบวนการจัดซื้อในครั้งต่อๆไป"

 

ที่มา สปริงนิวส์

เรียบเรียง บุญชัย ทีนิวส์