- 30 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
สำนักข่าวบีบีซี รายงานเกิดเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญ ที่มัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองควิเบก ของแคนาดา เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลดอย่างน้อย 4 ราย ขณะที่มีรายงานข่าวที่ยังไม่ยืนยันระบุ มีเหยื่อเคราะห์ร้ายจากเหตุกราดยิงครั้งนี้ ถึง 5 ราย
ข่าวแจ้งว่า ตำรวจแคนาดา สามารถจับกุม 2 ผู้ต้องสงสัยร่วมลงมือก่อเหตุกราดยิงที่มัสยิดแห่งหนึ่ง ในเมืองควิเบก แต่ไม่ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ โดยคาดว่า ขณะที่คนร้ายก่อเหตุกราดยิงนั้น มีผู้คนอยู่ที่ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามหลายสิบคน เพื่อมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจในตอนเย็น
พยานคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์เผยกับนักข่าวรอยเตอร์ว่า มีมือปืน 3 คนร่วมลงมือก่อเหตุกราดยิงในครั้งนี้ นอกจากนั้น สื่อท้องถิ่นในแคนาดา Le Soleil เผยว่า หนึ่งในมือปืน เป็นชายหนุ่มอายุ 27 ปี ซึ่งมีชื่อเป็นชาวเมืองควิเบก และคนร้ายอีกคน มีอาวุธปืนอาก้า AK-47 ในครอบครอง แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม
ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ เป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสว่า คืนนี้ ชาวแคนาดาได้เศร้าโศกเสียใจต่อการสังหารที่ขี้ขลาดในเหตุกราดยิงมัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองควิเบก
ทั้งนี้ แคนาดา เป็นชาติที่อ้าแขนรับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เซ็นคำสั่งแบนประชาชน 7 ชาติมุสลิมเข้าสหรัฐ
โดย นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ของแคนาดา เผยแคนาดายินดีต้อนรับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศ โดยกล่าวผ่านการทวีตข้อความในวันเสาร์ หรือหนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้เซ็นคำสั่งพิเศษห้ามประชาชนจาก 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา
นายทรูโดทวีตข้อความว่าสำหรับผู้ที่หนีจากการข่มเหงรังแก การก่อการร้ายและสงคราม ชาวแคนาดายินดีต้อนรับ ไม่ว่าคุณนับถือศาสนาใด ความหลากหลายคือพลังของแคนาดา พร้อมทวีตรูปภาพที่เขากำลังทักทายเด็กผู้ลี้ภัยชาวซีเรียคนหนึ่ง
การทวีตข้อความและรูปภาพดังกล่าวของนายกฯแคนาดา มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐ เซ็นคำสั่งพิเศษ ห้ามพลเมืองของอิหร่าน อิรัก ซูดาน โซมาเลีย ซีเรีย เยเมน และลิเบียเข้าประเทศสหรัฐ เป็นระยะเวลา 3 เดือน พร้อมทั้งห้ามผู้ลี้ภัยจากซีเรียเข้าสหรัฐอย่างเด็ดขาด โดยระบุว่า คำสั่งนี้จะช่วยปกป้องชาวอเมริกันจากการก่อการร้าย
ด้านเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเริ่มดำเนินการระงับการผ่านเข้าประเทศสหรัฐของพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมแล้ว แม้ว่าจะเกิดกระแสต่อต้านไปทั่วโลกและจุดชนวนการประท้วงขึ้นในหลายพื้นที่ของสหรัฐก็ตาม
ทั้งนี้ หลังจากปธน.ทรัมป์ได้ลงในคำสั่งพิเศษดังกล่าว ได้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านขึ้นจาก 7 ประเทศมุสลิมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ซีเรีย เยเมน ซูดาน โซมาเลีย อิรัก อิหร่าน และลิเบีย นอกจากนี้ชาติตะวันตกหลายประเทศ รวมถึงองค์การระหว่างประเทศหลายแห่งก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย อาทิ แคนาดา อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสาธารณรัฐเช็ก ตลอดจนองค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป และองค์การสันนิบาตอาหรับ
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ช่วยของปธน.ทรัมป์ ได้ออกมาประสานเสียงสนับสนุนนโยบายของทรัมป์ พร้อมกับระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาการนำคำสั่งไปบังคับใช้ถือเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จ
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำสั่งให้สิทธิพักพิงฉุกเฉินแก่ผู้ที่ถูกห้ามเข้าประเทศสหรัฐ โดยคำสั่งดังกล่าวจะขัดขวางรัฐบาลสหรัฐไม่ให้ส่งประชาชนจาก 7 ประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามออกนอกสหรัฐ หลังจากที่พวกเขาเดินทางถึงสหรัฐโดยมีวีซ่าที่ถูกต้อง
ขณะที่ สว.บ็อบ คอร์เกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภา เปิดเผยว่า การนำคำสั่งไปปฏิบัติถือว่าไม่สัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะการบังคับใช้กับผู้ที่ถือกรีนการ์ด ซึ่งเป็นผู้ที่รับอนุญาตให้อยู่อาศัยในสหรัฐได้อย่างถาวร
เรียบเรียง บุญชัย ทีนิวส์
