- 31 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม : www.tnews.co.th
กับประเด็นข่าวที่สังคมยังเกาะติดอย่างต่อเนื่องคงหนีไม่พ้น กรณีสินบนโรลส์-รอยซ์ ที่ระบุว่ามีการจ่ายเงินให้คนของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และอดีตนักการเมือง จำนวน 3 ครั้งรวมวงเงินกว่า 1,200 ล้านบาท
ส่วนจะเป็นใครนั้น ก็คงต้องรอรายชื่อ ที่ทางบริษัท โรลส์-รอยซ์ ได้เปิดเผยออกมาให้กับ หน่วยงานปราบปรามการทุจริตแห่งสหราชอาณาจักร หรือ SFO แล้ว และทาง ป.ป.ช.กำลังประสานขอรายชื่อดังกล่าว ส่วนจะตรงกับรายชื่อที่เราได้เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ก็คงต้องเกาะติดกันต่อไป
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>> เปิดให้เห็นกันชัด ๆ ...ข้อมูลที่การบินไทย ส่งให้ป.ป.ช. (รายละเอียด))
ซึ่งทางป.ป.ช. ได้มีการแต่งตั้ง กรรมการ ป.ป.ช. 3 คน เพื่อดูแลคณะทำงานการสอบสวนและรวบรวมข้อมูล สินบนโรลส์รอยซ์ ที่มีการจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่บริษัท การบินไทย และเจ้าหน้าที่บริษัท ปตท. รวมเงินกว่า 1,500 ล้านบาท โดยได้แบ่งหน้าที่กันทำงานดังนี้
นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รับผิดชอบประเด็นเกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง,
นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร รับผิดชอบในส่วนของศาล ความร่วมมือระหว่างประเทศ
และพลตำรวจเอกสถาพร หลาวทอง รับผิดชอบเรื่องรัฐวิสาหกิจ
ถึงแม้ ป.ป.ช.จะได้ข้อมูลเชิงลึกมาจากเอสเอฟโอ แต่ป.ป.ช.ก็จะต้องนำเข้ากระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเช่นเดียวกับการตรวจสอบคดีอื่น ๆ ตามปกติทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องของพยานบุคคล และ พยานเอกสารในประเทศ รวมถึงต่างประเทศหากมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปสืบพยานในต่างประเทศก็ต้องทำ
และเมื่อได้เห็นรายชื่อคณะกรรมการป.ป.ช. ที่รับผิดชอบสอบสวนคดี สินบนโรลส์รอยซ์ หนึ่งในนั้นก็มีน.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นคณะกรรมการร่วมสอบด้วยนั้น หลายคนก็ใจชื่นขึ้นมาทันที เพราะฝีม้ายลายมือในการต่อสู้กับคอรัปชั่นตั้งแต่สมัยเป็นรองปลัดกระทรวงการคลังที่รับผิดชอบเรื่องการปิดบัญชี ในโครงการรับจำนำข้าว
สำหรับน.ส.สุภา ปิยะจิตติ” เป็นที่รู้จักมักคุ้นมาโดยตลอดในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งออกมาพูดถึงความเสียหายจากนโยบายรับจำนำข้าวหลายแสนล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังคงอยู่ในฐานะรองปลัดกระทรวงการคลัง
ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยไม่หวั่นเกรงอิทธิพลทางการเมือง ที่ออกมาระบุถึงโครงการรับจำนำข้าวมีความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตทุกขั้นตอน โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีผลขาดทุน 2.2 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ตามประวัติส่วนตัว “ สุภา ปิยะจิตติ” เกิดวันที่ 12 มกราคม 2497 เริ่มต้นเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดสังข์กระจาย เรียนมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวัดอัปสรสวรรค์ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในระดับรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และยังเคยเข้าอบรมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 45 รวมถึงสถาบันวิทยาการตลาดทุนรุ่นที่ 8 ซึ่งมีนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนักธุรกิจชั้นนำเป็นเพื่อนร่วมรุ่น
ด้านหน้าที่การงานเริ่มต้นชีวิตข้าราชการธรรมดาเหมือนบุคคลทั่วไปก่อนจะเลื่อนระดับเป็น ผู้อำนวยการส่วนบริหารหลักทรัพย์ ในปี 2538 และมีเส้นทางชีวิตข้าราชการก้าวหน้าตามลำดับ อาทิ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในปี 2544 แต่ก็เกิดมรสุมในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ถูกโยกไปนั่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังในปี 2547 และขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง ภายหลังเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549
จนกระทั่งคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงมติเลือกนางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. แทนนายใจเด็ด พรไชยา กรรมการ ป.ป.ช. ที่ต้องพ้นวาระตามรัฐธรรมนูญมาตรา 247 เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ โดยคณะกรรมการสรรหาได้เสนอชื่อนางสาวสุภา ปิยะจิตติ ต่อประธานวุฒิสภาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2557 และถูกมอบหมายให้รับผิดชอบสำนักไต่สวนคดีทุจริตภาคการเมือง 1 (รับผิดชอบคดีทุจริตนักการเมืองระดับชาติ-ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน)
จนล่าสุด น.ส.สุภา ถูกน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยื่นคำร้องต่อปปช.ให้พิจารณาทบทวนการแต่งตั้ง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ปปช.เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง คดีกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใน 6 คดี จาก 15 คดีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกร้องเรียน
ที่น่าสนใจกับการทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตในยุครัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยเกิดกรณีที่ทำให้น่าเชื่อได้ว่ามีความพยายามจะสกัดกั้นน.ส.สุภามาก่อนหน้านี้
ตามข้อมูลปรากฏว่า มีคำสั่งจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ตั้งคณะกรรมการสอบ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของกระทรวงการคลัง
กรณีไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2556 ว่า โครงการรับจำนำข้าวมี “ความเสี่ยงและโอกาสเกิดการทุจริตทุกขั้นตอน
โดยต่อมาพบว่าผู้รับผิดชอบการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวก็คือ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งถูกนายอารีพงษ์ ลงนามแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกทอดหนึ่ง”
ขณะเดียวกันเมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปพบว่าบทบาทของน.ส.สุภา ในแง่ของการทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต และในช่วงสุดท้าย น.ส.สุภา ก็ไม่สามารถรอดพ้นผลกระทบจากการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะในช่วงเดือนมิ.ย. 2556
มีรายงานข่าวว่า น.ส.สุภา ในฐานะรองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งถูกกำหนดจากฝ่ายการเมืองให้ลงนามสัญญาเงินกู้ 40,000 ล้านบาท ตามโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท แล้วไม่ปฏิบัติตามเนื่องจากเห็นว่า ไม่มีรายละเอียดโครงการและผิดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงมีประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนอีกหลายจุด เช่น โครงการลงทุนตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของราคากลางก่อนที่จะเปิดประมูลโครงการตามกฏหมาย ป.ป.ช.
นอกจากนี้ ทุกโครงการยังไม่ได้จัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ส่งผลทำให้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของ น.ส.สุภา ในฐานะรองปลัดกระทรวงการคลัง ไปดูแลงานประชาสัมพันธ์ และย้ายนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ มาทำหน้าที่รองปลัดฯ คุมงานด้านรายจ่ายและหนี้สินแทน โดยต่อมานายพงษ์ภาณุก็คือผู้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับ 4 แบงก์ใหญ่ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 เพื่อทำให้ พ.ร.ก. เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท มีผลผูกพันก่อน พ.ร.ก. เงินกู้ฯ จะหมดอายุ
ฉะนั้นแล้ว จึงเป็นที่น่าสนใจว่า เมื่อ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ได้เป็นคณะกรรมการตรวจสอบนักการเมือง ที่จะมีส่วนในการรับสินบนจากโรลส์รอยซ์ แล้วนั้น ก็ต้องยอมรับกันว่า บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งอย่างเปิดเผยและปิดลับ โอกาสที่จะรอดพ้นก็คงยาก
