- 31 ม.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
จากกรณี นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถูกทางการญี่ปุ่นจับกุมในข้อหาขโมยภาพวาด 3 ภาพ โรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นนั้น และได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงดังกล่าว ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น
ล่าสุด นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ส่งอีเมล์กระจายถึงสื่อมวลชนทุกสำนัก ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และวิทยุ เพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดของตนเอง โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ มีใจความว่า...
"เรียนท่านสื่อมวลชนที่เคารพ
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าทางการญี่ปุ่นจับข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ตำแหน่งรองอธิบดี ในข้อหาลักทรัพย์อันเป็นภาพเขียนจำนวน 3 ภาพ จากโรงแรมที่พัก ซึ่งต่อมาได้มีการชดใช้ค่าเสียและขออภัยต่อทางโรงแรม โดยทางโรงแรมมิได้ติดใจเอาความ พนักงานอัยการแห่งนครเกียวโตจึงได้ยุติคดีและปล่อยตัวแล้วนั้น
กระผม นายสุภัฒ สงวนดีกุล ตำแหน่งรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ บุคคลตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าว กระผมรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ที่ข่าวดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ต่อกระทรวงพาณิชย์ และต่อประชาชนคนไทย รวมถึงประเทศไทย ในชั้นนี้ กระผมจึงใคร่ขอโทษต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารราชการ เพื่อนข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ทุกท่าน และสำคัญที่สุด ต่อประชาชนชาวไทย
กระผมขอชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอย้ำว่า ไม่มีเจตนาเพื่อการแก้ตัว เมื่อกระทำผิด ก็ขอยอมรับผิด เพียงขอโอกาสชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนดังกล่าว เมื่อเสร็จภารกิจในการเดินทางไปราชการที่ประเทศญี่ปุ่น กระผมได้มีโอกาสสังสรรค์กับเพื่อนชาวญี่ปุ่น ที่เป็นเพื่อนสมัยที่ผมไปศึกษาที่ญี่ปุ่น ได้สนุกสนานกันเต็มที่ จนเผลอตัวดื่มสุรามากเกินไป เป็นเหตุให้เมามายจนขาดสติโดยไม่รู้ตัว และกระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
ตลอดระยะเวลา 33 ปี ที่กระผมรับราชการในกระทรวงพาณิชย์ ทั้งตำแหน่งในประเทศและต่างประเทศ ได้ทุ่มเทต่อการทำงานอย่างเต็มที่ ไม่เคยมีประวัติที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียต่อทางราชการเลย กระผมมุ่งมั่นตั้งใจที่อยู่รับราชการจนเกษียณอายุในกระทรวงที่ตนรัก อันเป็นจุดมุ่งหมายของข้าราชการเกือบทุกคน แต่เมื่อมีเหตุที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียดังกล่าว กระผมย่อมต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนตามแนวทางความคิดปกติในสังคมญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่กระผมได้เติบโตเล่าเรียนมาว่าการลาออกจากตำแหน่งหน้าที่เป็นการแสดงความรับผิดชอบที่พึ่งปฏิบัติ ดังนั้น กระผมขอแสดงเจตจำนงผ่านคำแถลงนี้ว่าจะขอลาออกจากตำแหน่งราชการ โดยจะยื่นใบลาออกให้ถูกต้องเป็นทางการต่อไป
และจากการที่รับราชการมาจนถึงปัจจุบัน กระผมทราบดีว่า การลาออกจากราชการมิได้ทำให้จะสามารถหลีกเลี่ยงกระบวนการตามระเบียบราชการได้ และเมื่อมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริง รวมทั้งหากต้องมีการดำเนินการทางวินัย กระผมก็น้อมรับและยินดีให้ความร่วมมือให้ข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่
ท้ายที่สุด กระผมขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาและเพื่อนข้าราชการที่เข้าใจและให้กำลังใจต่อกระผม ตลอดจนกระทรวงการต่างประเทศที่กรุณาดำเนินการช่วยเหลือ ประสานงานต่อทางการญี่ปุ่น และขอบคุณเจ้าของโรงแรมที่เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ติดใจเอาความ
กระผมหวังว่า ท่านทั้งหลายจะเข้าใจและให้อภัยกระผมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้"
ก่อนหน้านั้นมีรายงานข่าวว่านายสุภัฒ ตัดสินใจจะลาออกจากราชการทันทีที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย จนกระทั่งล่าสุดมีคำยืนยันเป็นทางการ
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
