- 02 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ผ่านมานานกว่า 3 ปีแล้วแต่ในทางคดีกลับไม่คืบหน้าเลยแม้แต่น้อย สำหรับเหตุการณ์ขโมยปืนที่ จ.นครราชสีมา ล่าสุด นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ออกมาเปิดเผยเรื่องการเร่งรัดติดตามอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และ HK , ลูกซอง 5 นัด และลูกซองยาวของกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา จำนวนกว่า 100 กระบอกที่สูญหายไปเมื่อราวปี 2556-2557 ว่า ประเด็นสำคัญตอนนี้คือตัวปืนที่ยังหาของกลางไม่เจอเลย และทำไห้เป็นปัญหาในการนำหลักฐานมาประกอบคดี ล่าสุดตนจึงได้มีการออกประกาศให้รางวัลสิบบน สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือแจ้งให้เราทราบ จนสามารถนำไปสู่การค้นพบปืนที่หายไปแล้วนำมาประกอบในคดีได้
“เผื่อพี่น้องประชาชนที่ทราบเบาะแสหรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่อาจจะทราบข้อมูล แต่ไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงตัวเองก็สามารถที่จะแจ้งเบาะแสมาที่จังหวัดฯ หรือทางอำเภอ และสถานีตำรวจทุกแห่งทั้ง 32 อำเภอได้เรามีรางวัลให้ท่าน และเราจะเก็บรายชื่อของผู้แจ้งไว้เป็นความลับแน่นอน โดยรางวัลจะมอบให้เป็นรายกระบอกๆไป และแม้แต่จะใช้ทางโซเชียนหรือออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กอะไรต่างๆให้เป็นเบาะแสก็ได้เช่นเดียวกัน แต่กรณีการจะติดต่อขอรับเงินรางวัลอาจจะมีหลักฐานการแสดงตัวตนด้วยบ้าง ”
ส่วนการดำเนินการกับผู้กระทำผิดในฐานะผู้รับผิดชอบ นายวิเชียร ระบุว่า ก่อนหน้านั้นทางกรมการปกครองได้ตั้งกรรมการสอบวินัยขึ้นมา และให้มีการสอบหาประเด็นเพิ่มเติมและได้ขอหลักฐานเพิ่มคำสั่งการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนว่า บุคลเหล่านี้ คนเหล่านี้รับผิดชอบแต่ละช่วงไหนบ้าง ซึ่งจังหวัดก็รายงานขึ้นไปตามปรกติ ส่วนจำนวนข้าราชการที่ถูกดำเนินคดีมีข้าราชการมากกว่า 2 คนขึ้นไป โดยผู้รับผิดชอบในลำดับสูงสุดทราบว่าตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอ ขณะที่การสอบสวนดำเนินการทางวินัยมีข้าราชการระดับสูงที่ต้องถูกสอบสวนทางวินัย ขณะนี้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ยังหาอาวุธปืนของกลางไม่พบเลยสักกระบอก ซึ่งเป็นปัญหาในการนำหลักฐานมาประกอบคดี
“เราขอให้เจ้าพนักงานไปสอบสวนปากคำคนที่เคยให้การแล้วปฏิเสธคนเดิมอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ คนอยู่เวรยาม ซึ่งเดิมคนเหล่านี้เมื่อยู่รวมกันไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไรนัก แต่คิดว่าตอนนี้เมื่อแยกจากกันแล้วอาจจะมีเบาะแสที่อยากจะแจ้งให้ทางราชการมากขึ้น เพราะอาวุธที่หายไปถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่จำเป็นจะต้องติดตามคืนมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ถ้าไปตกอยู่กับกลุ่มมิจฉาชีพหรือคนที่ต้องการนำไปทำมิดีมิร้ายก็จะก่อให้เกิดปัญหากับสังคมได้ และแน่นอนมีผลต่อความมั่นคงด้วย แต่ปัญหาคือทั้งล็อตเราหาไม่เจอเลย”
ทั้งนี้กลุ่มอาวุธปืนที่หายไปเป็นอาวุธปืนกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย 1. อาวุธปืน M16 A1 , 2.อาวุธปืนเล็กยาว ปลย.11 ( HK33 ) ขนาด 5.6 ม.ม. , 3. ปืนลูกซอง 5 นัด และ 4.ปืนลูกซองยาวเดี่ยว ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ
ก่อนหน้านั้นในช่วงเกิดเหตุการณ์ใหม่ ๆ พ.ต.อ.สมศักดิ์ ฤกษพุฒิ ผกก. สภ.จอหอ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ท้องที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า อาวุธปืนที่หายไปทั้งหมดถูกนำขึ้นทะเบียนไว้กับทางกระทรวงมหาดไทย ก่อนนำแจกจ่ายมาให้กองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.นครราชสีมาที่ 1 (อส.นม.1) จำนวนทั้งสิ้น 84 กระบอก และมีการเบิกนำไปใช้ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา 9 กระบอก ทำให้มีปืนหายไปจำนวนทั้งสิ้น 75 กระบอก ซึ่งกับข้อมูลของพยานให้การตรงกันว่าผู้เบิกออกไปมีตำแหน่งเป็นระดับปลัดคนหนึ่ง
ขณะที่จากการตรวจสอบระบบการเบิกจ่ายอาวุธปืนของกองร้อย อส.นม. 1 พบว่ามีลักษณะค่อนข้างหละหลวม ไม่เป็นระบบไม่มีการทำบัญชีควบคุมอาวุธปืน ใครจะนำออกไปก็ได้ไม่มีการลงลายมือชื่อผู้ที่เบิกออกไปจากคลังอาวุธ ถือว่าระบบล้มเหลวอย่างมาก เพราะแม้กระทั่งคนดูแลยังไม่ทราบว่ามีอาวุธปืนหายไป จนกระทั่งมีการตรวจเช็กจึงพบว่ามีการสูญหายของปืนเกิดขึ้น
นอกจากนี้ พ.ต.อ.สมศักดิ์ ยังมั่นใจว่าผู้ที่เอาปืนออกไปคงไม่กล้านำมาส่งคืนแล้ว เพราะเกรงจะมีความผิดและคงยากที่จะติดตามกลับมาคืน โดยเชื่อว่าปืนทั้งหมดคงไม่นำไปขาย แต่อาจนำไปใช้อย่างอื่น ส่วนจะนำไปใช้เพื่อการใดนั้นต้องสืบต่อไป เพราะในช่วงที่หายไปเป็นช่วงที่มีการต่อสู้ทางการเมืองและสถานการณ์การเมืองช่วงนั้นมีความขัดแย้งกันสูง คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของปืนล็อตนี้ด้วย ???
เรียบเรียง : นิตติยา สำนักข่าวทีนิวส์
