- 02 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ วันนี้วันที่ 2 ก.พ. 2560 เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ได้รายงานบทวิเคราะห์ "ประเทศใดที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรัฐประหารขึ้นในปี 2560?" ปรากฏว่า จากบทวิเคราะห์ดังกล่าวที่เขียนโดย ไมเคิล ดี.วอร์ด และแอนเดรส บีเกอร์ ระบุว่า ประเทศไทยนั้นมีความเสี่ยงเป็นอันดับ 2 ในการที่จะเกิดรัฐประหารขึ้น จาก 161 ประเทศทั่วโลก ประเทศที่มีความเสี่ยงเป็นอันดับที่ 1 ก็คือ ประเทศบุรุนดี โดยมีความเสี่ยง 12% ส่วนประเทศไทยนั้นอยู่ที่ 11% เรามาดูกันครับว่าเมื่อข่าวแบบนี้ออกมา แน่นอนครับ ประเทศไทยผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่างก็ออกมาเต้นกันเป็นแถวล่ะครับ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่มีทางที่ประเทศไทยจะเกิดรัฐประหารขึ้น เพราะทหารไม่ได้ต้องการที่จะทำการปฏิวัติอยู่แล้ว ขอให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมปรองดอง หากสำเร็จโอกาสที่จะไม่มีรัฐประหารก็เป็นไปได้สูง ในเมื่อมีการเลือกตั้ง นักการเมืองดูแลประชาชนและทหารก็จะอยู่ภายใต้การบริหารของประเทศของรัฐบาล พลเรือน ส่วนที่เป็นข่าวว่าจะมีการปฏิวัติซ้อนกันขึ้นมา พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่าทหารเป็นหนึ่งเดียวและนายกฯ ก็ทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ
ทางด้านผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ก็ยืนยันว่าไปเชื่อสื่อฝรั่งก็พูดไป คนไทยมีสมอง รู้จักคิด อยู่ในพื้นที่เองเรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็ชัดเจนล่ะครับสำหรับการยืนยันของผู้ที่รับผิดชอบหรือผู้ที่มีโอกาสจะทำรัฐประหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บัญชาการทหารบก สนธิญาณว่ามั่วครับ ไม่มีความเห็นอื่น เหตุผลที่บอกว่ามั่ว เพราะการวิเคราะห์ที่บอกจะเกิดรัฐประหารโดยเอาข้อมูลจากสายตาของฝรั่ง เอาสถิติของฝรั่งมาคิดสามารถที่จะทำได้ ทุกอย่างอยู่บนพื้นที่โครงสร้างของสังคมในแต่ละประเทศที่จะมาหมุนเวียนเปลี่ยนไป อยู่ที่ความศรัทธา ความเชื่อถือต่อผู้นำ ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องหมายถึงผู้บริหารประเทศ ประเทศไทยครองสภาพเป็นเอกภาพเสมอมา ไม่เคยมีทิศทางในการที่จะเกิดความแตกแยกกันขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะช่วงหลังนั้นชัดเจน
ดังนั้น หากประเทศไทยจะมีการรัฐประหาร ก็ไม่ใช่การรัฐประหารซ้อนหรอกครับแต่คือการรัฐประหารตัวเองของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์และกองทัพบก หรือกองทัพทุกเหล่าทัพ ต่างร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาประเทศชาติที่ถอยหลังเข้าคลอง เสื่อมทรุดเพราะนักเลือกตั้งทำเอาไว้ จนภาพพจน์ของทหารสูงเด่นเป็นที่ยอมรับของประชาชน ไม่มีความจำเป็นใดๆ ในการที่จะรัฐประหารตัวเอง ประเทศกำลังเดินไปตามโร้ดแมป อีกประมาณ 1 ปีครึ่ง การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้น ที่สำคัญรัฐธรรมนูญยังเปิดช่องให้คนนอกเข้าไปเป็นนายกฯ ได้ หากสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันเสนอชื่อ ซึ่งหมายความว่าสถานการณ์บ้านเมืองของไทยยังอยู่ในลักษณะการประนีประนอมและเดินไปข้างหน้า สำหรับคู่ความขัดแย้งหลักคือนายทักษิณ ชินวัตร ที่ได้ประกาศชัดเจนผ่านพรรคเพื่อไทยว่ากองทัพเป็นคู่ความขัดแย้ง วันนี้ก็น่าจะอ่อนแรงและแผ่วลงแล้วเป็นดี.
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ แฟนข่าวสนธิญาณ
