- 03 ก.พ. 2560
"ยิ่งลักษณ์" ขึ้นศาลสืบพยานจำเคย "นัด11"โอดครวญม.44 อายัดทรัพย์ ลำบากใจ!!
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ. 60 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนายความ เดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 11 ในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยพยานที่ร่วมเบิกความในวันนี้มีเพียง 1คน คือ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
โดยเมื่อ นางสาวยิ่งลักษณ์ เดินทางมาถึงได้ให้สัมภาษณ์กรณีส่งเรื่องถึงศาลปกครองแล้ว เนื่องจากต้องรอคดีอาญาให้แล้วเสร็จ เพื่อขอทุเลากรณีที่กรมบังคับคดี จะอายัดทรัพย์ตามคำสั่งมาตรา 44 ว่า รัฐบาลในฐานะผู้ถูกร้อง ได้ขอเลื่อนการให้คำโต้แย้งไป 30 วัน ซึ่งส่วนตัวได้ทำคำโต้แย้งเพิ่มเติมต่อศาลปกครองแล้ว เนื่องจากยังจะต้องรอการไต่สวนในคดีอาญา และคดีปกครองก่อน แต่กรมบังคับคดีก็จะต้องดำเนินการตามมาตรา 44 ในการยึดและอายัดทรัพย์ ทำให้เกิดความลำบากใจ เนื่องจากคดีอาญายังไม่สิ้นสิ้นสุด จึงอาจเป็นการชี้นำได้ จึงได้ร้องขอต่อศาลปกครองต่อกรณีดังกล่าว พร้อมยืนยัน สู้คดีเต็มที่เพราะพยานทุกปากที่นำมาไต่สวนก็ทำหน้าที่เป็นอย่างดี ผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจขององค์คณะพิพากษา
นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมายอมรับมีข่าวลอบสังหาร นายกรัฐมนตรีและตัวพลเอกประวิตร ว่า เคยได้ยินกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย แต่คิดว่าไม่ควรนำข่าวโซเชียลมีเดียมาเป็นประเด็น และเชื่อว่า ไม่มีใครจะปองร้ายกันจริงๆ เพราะฝ่ายความมั่นคง ได้ดูแลอยู่ทุกตารางนิ้วแล้ว และคงไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ส่วนกรณีที่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ออกมาระบุว่าประเทศไทยเสี่ยงเกิดการรัฐประหารขึ้นในปีนี้เป็นอันดับ 2 ของโลกว่า รัฐบาล หรือ คสช. จะต้องให้ความมั่นใจว่าจะไม่เกิดการรัฐประหารขึ้นอีก และมองว่าถ้าการปรองดองเกิดขึ้นทุกคนมีความสงบ ก็ไม่มีความกังวลว่า จะเกิดการรัฐประหารอีก พร้อมยังระบุอีกว่า การรัฐประหารไม่ควรเกิดขึ้น เพราะโลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จึงขอร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันอย่าทำให้เกิดการรัฐประหารอีกและขอให้การรัฐประหารในปี 2557 เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้าย
นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังปฏิเสธอีกว่า ขณะนี้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. ยังไม่มีการติดต่อขอความเห็นจากพรรคเพื่อไทย
เรียบเรียง : Wila
