- 03 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
ถือเป็นกระแสที่กลับมาพูดถึงอีกครั้งกับการปฏิรูปวงการสงฆ์ ภายหลังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ร่างพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ถือเป็นพระราชอำนาจมหากษัตริย์ในการทรงแต่งตั้งพระสังฆราช ท่ามกลางปัญหามากมายในหมู่สงฆ์ที่ต้องได้รับการสะสางแก้ไขให้เสร็จสิ้น
ล่าสุด นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “ ลำดับวิกฤติทางศาสนามาจนถึงการดับไฟผ้าเหลือง” มีใจความสำคัญดังนี้
1.นับแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมา พระมหากษัตริย์ ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เป็น ผลให้ สังฆมณฑล ดำรงอยู่ในพระธรรมวินัยเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชน บ้านเมืองก็ร่มเย็นเป็นสุข
2. เมื่อปี 2535 มีขบวนการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ขึ้น ในส่วนของการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้เขียนบทบัญญัติ ไว้ในรัฐธรรมนูญหลายฉบับริดรอนพระราชอำนาจ แยกประชาชนและข้าราชการออกจากพระมหากษัตริย์ จนถึงขั้นที่ พระมหากษัตริย์มีพระราชหัตถเลขาไม่ได้ เพืีอนำประเทศสู่ระบอบสาธารณรัฐ โดยใช้แบบเยอรมันและฝรั่งเศสเป็นหลักในทางศาสนาได้มีการออกกฎหมายคณะสงฆ์ยึดอำนาจการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเอาไปให้มหาเถรสมาคม
เหตุเกิดในยุครัฐบาลนอมินี่ของต่างชาติ
3. ในการยึดอำนาจสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ยังได้ทำลายหลักการ ปกครองคณะสงฆ์ที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้อย่างสิ้นเชิงคือยกเลิกการถืออาวุโสโดยพรรษา มาเป็นอาวุโสโดยสมณศักดิ์ ซึ่งเป็นการทำลายเสาหลักค้ำยันสำคัญในพุทธศาสนา และนับแต่นั้น ก็มีการซื้อขายตำแหน่ง มีการกระทำย่ำยีเบียดเบียนพระพุทธศาสนาอย่างรุนแรง ยกย่องให้อลัชชี เดียรถีย์และพวกมหาโจรทั้งหลายเข้ามายึดครองการบริหารพระศาสนา จนเกิดความแตกแยก ถึงขั้นคณะพระอริยสงฆ์ต้องสวดคว่ำบาตรบุคคลในรัฐบาลและมหาเถรให้ปรากฏมาแล้ว
4. ความขัดแย้งขยายตัวรุนแรงกว้างขวาง ส่อเค้าว่าเป็นกบฏผีบุญ กระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติ
5. สนช จึงได้ ดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญแก้ไขเรื่องพระราชอำนาจและแก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์ถวายคืนพระราชอำนาจในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช
หลังจากนั้นประชาชนทั้งประเทศก็มีความหวังว่า การฟื้นฟูการบริหารกิจการพุทธศาสนาและพระพุทธศาสนาจะรุ่งเรืองมั่นคงขึ้นในราชอาณาจักรนี้อีกครั้งหนึ่ง
เรียบเรียง : นิตติยา สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณที่มา : Paisal Puechmongkol
