โต้นิ่มๆไม่ละเมิดศาล!!! "หมอวรงค์" จัดให้ทุกประเด็น "โต้ง กิตติรัตน์" พูดให้ชัดจะขายยังไงก่อนโทษรปห.ทำข้าวค้างสต็อกจนเน่าเสีย??

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

     ภายหลังจากนายกิตติรัตน์  ณ  ระนอง    อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง   ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ขึ้นเบิกความเป็นพยานให้ฝ่ายจำเลย  หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์    ในคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว  เป็นเหตุให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท  

 

 

 

โต้นิ่มๆไม่ละเมิดศาล!!! "หมอวรงค์" จัดให้ทุกประเด็น "โต้ง กิตติรัตน์" พูดให้ชัดจะขายยังไงก่อนโทษรปห.ทำข้าวค้างสต็อกจนเน่าเสีย??
 

     ล่าสุด นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม  อดีตส.ส.พิษณุโลก   พรรคประชาธิปัตย์   ได้โพสต์แสดงความเห็นในเฟซบุ๊ก มีรายละเอียดหลายประเด็นที่น่าสนใจ   ระบุข้อความว่า  “ นายกิตติรัตน์ ณ ระนองได้ขึ้นเบิกความเป็นพยานจำเลย ให้แก่นางสาวยิ่งลักษณ์ในคดีรับจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีข้อมูลของคำเบิกความที่สื่อนำมาเสนอ และเพื่อให้ประชาชนที่ติดตามข้อมูลดังกล่าวมีความเข้าใจดีขึ้น โดยไม่เป็นการละเมิดคำสั่งของศาลฎีกาที่จะเป็นการชี้นำคดี มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

 

 

โต้นิ่มๆไม่ละเมิดศาล!!! "หมอวรงค์" จัดให้ทุกประเด็น "โต้ง กิตติรัตน์" พูดให้ชัดจะขายยังไงก่อนโทษรปห.ทำข้าวค้างสต็อกจนเน่าเสีย??

 

     ประเด็นที่หนึ่ง สื่อนำเสนอคำเบิกความของนายกิตติรัตน์ว่า การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวมีเกษตรกรหลายรายไม่ได้เข้าโครงการ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหา เพราะชาวนาสามารถขายข้าวให้แก่เอกชนโดยตรงได้ แต่ไม่ได้มีการเสนอว่าชาวนาได้ราคาเท่าไร ถูกเอาเปรียบความชื้นหรือถูกกดราคาหรือไม่ และมีเอกชนรายใดที่กล้าซื้อข้าวแข่งกับโครงการรับจำนำในราคา 15000บาทต่อตัน

 

     ประเด็นที่สอง โครงการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร ซึ่งทำได้ดีกับพืชยืนต้น ขณะที่การตรวจสอบการขึ้นทะเบียนพื้นที่เพราะปลูกจะมีปัญหา แต่ข้อมูลที่พรรคประชาธิปัตย์ทำโครงการประกันรายได้นั้น ทำกับพืช 3ชนิดคือ ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลังซึ่งไม่ได้เป็นพืชยืนต้น และไม่มีปัญหาการทุจริตโดยฝ่ายการเมืองแต่อย่างใด เสียดายที่สื่อไม่ได้นำเสนออีกว่าพืชยืนต้นนั้นคืออะไร และการขึ้นทะเบียนพื้นที่เพาะปลูกที่อ้างว่ามีปัญหานั้น แตกต่างจากการขึ้นทะเบียนพื้นที่เพาะปลูกของโครงการรับจำนำอย่างไร

 

     ประเด็นที่สาม มีการพูดถึงแนวทางการระบายข้าว โดยช่วงดำเนินโครงการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ระบายข้าวไปจำนวนมาก แต่หากไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นยืนยันว่ารัฐบาลสามารถระบายข้าวได้หมด เสียดายที่สื่อไม่ได้มีการรายงานว่า หากไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น จะใช้วิธีการระบายแบบจีทูจีเป็นหลักหรือไม่ เพราะในช่วงดังกล่าวข้าวส่วนใหญ่ใช้วิธีการระบายแบบจีทูจีเป็นหลัก ช่วงปี 2555 มีสัญญาจีทูจี 6.2ล้านตัน และ ปี  2556 หลังฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว ยังมีการทำสัญญาระบายข้าวแบบจีทูจีอีก 14 ล้านตัน

 

     ข้อมูลที่สื่อนำมาเสนอ ที่นายกิตติรัตน์ให้การต่อศาลนั้น สรุปได้ว่านายกิตติรัตน์ก็ยังเป็นนายกิตติรัตน์…”

 

 

 

โต้นิ่มๆไม่ละเมิดศาล!!! "หมอวรงค์" จัดให้ทุกประเด็น "โต้ง กิตติรัตน์" พูดให้ชัดจะขายยังไงก่อนโทษรปห.ทำข้าวค้างสต็อกจนเน่าเสีย??

 

 

 

 

 


เรียบเรียง : นิตติยา  สำนักข่าวทีนิวส์