อีกทางออกปรองดอง!!!"พิภพ ธงชัย" ท้วงแนวคิด"บิ๊กตู่"มองความขัดแย้งอดีตไม่ตรงจุด เสนอแยกให้ชัดผิดอาญากับการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐของปชช.นำนิรโทษ?

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

ตลอดรอบสัปดาห์ที่ผ่านมากระแสเรื่องการปรองดองเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดมุมมองทางการเมืองมากมาย ขณะที่ล่าสุด นายพิภพ ธงชัย อดีตแกนนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้โพสต์ข้อความระบุหัวข้อ “การปรองดองกับแรงจูงใจทางการเมือง” โดยเริ่มต้นข้อความว่า “ เดิมไม่คิดว่าจะพูดเรื่องปรองดอง จะรอจนให้เห็นแนวทางของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก่อน แต่วันนี้เห็นว่าน่าจะพูดเรื่องนี้ได้แล้ว

 

"ผมเริ่มด้วยข้อโต้แย้งต่อ “วาทะกรรม”ของนายกฯที่ว่า การชุมนุมของประชาชนเป็นการ “ทะเลาะ” นายกฯคิดว่าการชุมนุมของ พธม. ของ กปปส. ของ นปช. เป็นการ“ทะเลาะ”กัน ทะเลาะกับพรรคการเมือง ทะเลาะกับนักการเมือง ทะเลาะกันระหว่างประชาชนด้วยกัน" … ถามกลับว่า “ประชาชนทะเลาะกับใคร ?”

 

"เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คิดว่าเราทะเลาะกับเขา จึงนำเรื่องไปฟ้องศาล หาว่าแกนนำ พธม.และผู้ประสานงาน รวม 6 คน หมิ่นประมาท จึงนำเรื่องไปฟ้องถึง 4 ศาล 4 คดี 4 จังหวัด ศาลตัดสินให้แกนนำชนะคดีทุกศาล และในคำบรรยายคำตัดสิน ก็ชี้ให้เห็นว่ า คำแถลงการณ์ของ พธม. เนื้อหาเป็นการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลทักษิ ตาม รธน.และเป็นความจริง ไม่ใช่เรื่องชวนทะเลาะกับทักษิณ จนมากล่าวหาว่าหมิ่นประมาท ซึ่งทักษิณก็แพ้คดีความไป

 

แต่ก็ขอชมนายกรัฐมนตรี ที่ให้แยกการปรองดองออกจากนิรโทษกรรม ซึ่งคงจะไม่ได้หมายความว่าแยกกันเด็ดขาด ถ้าพิจารณากรณีแอฟริกาใต้ เขาจะแก้ปัญหาของชาติในความขัดแย้งไปพร้อมๆ กัน จนเกิดความสมานฉันท์ ตามมา "

ถึงตรงนี้จะขอพูดในส่วนของ พธม. ประชาชนทุกอาชีพ ที่ออกมาร่วมชุมนุมเรือนแสน และอยู่ที่บ้านอีกเรือนล้าน (หน้าจอ Astv) ไม่ได้ต้องการ“ทะเลาะ”กับใคร เราออกมาชุมนุมเพื่อตรวจสอบรัฐบาลทักษิณ 2 และตรวจสอบถึงรัฐบาลตัวแทนของทักษิณด้วย ในเรื่องการบริหารประเทศ ที่นโยบายอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการอุ้มฆ่า การฆ่าตัดตอน และการกระทำที่อาจหมิ่นเหม่ต่อสถาบันของชาติ นานถึง 10 ปี

 

ทหารเองก็ไม่พอใจรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชาย และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในเรื่องการบริหารประเทศที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ดังที่นำคดีขึ้นสู่ศาลหลายคดี หรือคดีที่ใช้อาวุธปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมอย่างสงบและสันติ

 

ทหารแทนที่จะกดดันรัฐบาลด้วยวิธีอื่นตามที่ตนเองมีอำนาจตาม กม. หรือร่วมกับประชาชน แต่กลับใช้วิธียึดอำนาจ ขับไล่รัฐบาล โดยล้มล้าง รธน.และทหารก็ตั้งตัวเป็นรัฐบาลเสียเอง ถึง 2 ครั้ง แล้วออก กม.นิรโทษกรรมตัวเอง ซึ่งประชาชนชนชั้นกลางก็ปรบมือให้

มาวันนี้ ทหารกลับมองว่าประชาชนที่ออกมาชุมนุมเพื่อตรวจสอบรัฐบาล เป็นการ“ทะเลาะ”กันเอง ระหว่างประชาชนกับประชาชน ประชาชนกับนักการเมือง หรือประชาชนกับพรรคการเมือง โดยใช้ กม.อาญาและ กม.แพ่ง มาจัดการแกนนำและประชาชนบางส่วน นำคดีขึ้นสู่ศาลอาญาและศาลแพ่ง แทนที่จะตีความว่าเป็นความขัดแย้งทางการเมือง เป็นการต่อสู้ทางการเมือง ถ้าจะถือว่ามีการละเมิด กม.ในระหว่างการชุมนุม ก็ให้ถือเป็น“เรื่องการต่อสู้ทางการเมือง” ถ้าจะทำให้เป็นคดีความ ก็ควรจะเป็น“คดีความทางการเมือง” ไม่ใช่คดีอาญา หรือคดีแพ่ง

 

ทางออกคือ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคดีในระหว่างการชุมนุม และสั่งยุติคดีอาญา คดีแพ่ง “ชั่วคราว” และให้พิจารณาว่าการชุมนุมของประชาชน เป็นความขัดแย้งทางการเมือง และการตรวจสอบทางการเมือง ตาม รธน.ใช่หรือไม่

 

เหมือนกรณีความขัดแย้งระหว่างรัฐไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อถูกตีความว่าเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมือง จึงเกิดนโยบาย 66/2523 เพื่อแก้ปัญหาทางการเมือง เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง และความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมือง เรื่องจึงยุติลง !!!

 

เรียบเรียง : นิตติยา สำนักข่าวทีนิวส์