เป็นไงล่ะ..!! โดนเองเต็มๆจุ้นปท.อื่นดีนักปธน.ทรัมป์นั่งไม่ติดเดือดปุด ทวิตจวกศาลเละพร้อมยื่่นอุทธรณ์คำสั่งยับยั้งห้าม7ชาติมุสลิมเข้าสหรัฐ?!?

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

ภายหลังจาก นายเจมส์ โรบาร์ต ผู้พิพากษาศาลกลางสหรัฐในเมืองซีแอตเติล มีคำสั่งเมื่อวันศุกร์ (4 ก.พ.) ให้ทั่วประเทศระงับ คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามผู้เดินทางจาก 7 ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมเข้าสหรัฐเป็นการชั่วคราว  และมีผลให้ประชาชนจาก 7 ประเทศดังกล่าวสามารถยื่นขอเข้าสหรัฐได้ตามปกติ  ทั้งนี้คำสั่งคุ้มครองของผู้พิพากษาศาลกลางฯ   มีขึ้นระหว่างที่หลาบฝ่ายกำลังรอศาลพิจารณาคำฟ้องของอัยการรัฐวอชิงตันและรัฐมินนิโซตา ที่ยื่นขอล้มเลิกคำสั่งของนายทรัมป์อย่างถาวร และมีรายงานว่า โฆษกสำนักงานศุลกากรและชายแดนจะทบทวนคำสั่งและปฏิบัติตามคำสั่งศาล

 

 

ขณะที่ล่าสุดกระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ยื่นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งศาลซีแอตเทิลที่สั่งให้ระงับคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งห้ามประชาชนจาก 7 ชาติมุสลิมและผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าสหรัฐแล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นนายโดนัลด์ ทรัมป์   ประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกโรงวิจารณ์ผู้พิพากษาศาลซีแอตเติลที่มีคำสั่งค้านคำสั่งห้าม 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐ โดยชี้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่น่าขบขันและให้คำมั่นว่าจะคว่ำคำสั่งของศาลดังกล่าวให้ได้ขณะเดียวกันทางด้านสำนักข่าวเกียวโดยังได้รายงานว่า ปธน.ทรัมป์ได้ทวิตข้อความว่า  ความคิดเห็นของผู้พิพากษา ซึ่งตัดสสินใจดึงอำนาจด้านกฎหมายออกไปเสียจากประเทศ ถือเป็นเรื่องที่น่าขบขันและจะต้องถูกถอนรากถอนโคน
          

 

 

สำหรับความขัดแย้งระหว่างศาลยุติธรรมของสหรัฐและปธน.ทรัมป์  กำลังขยายตัวไปสู่ทุกแวดวงสังคม การเมือง  ภายหลังศาลได้ออกคำสั่งระงับข้อห้ามเรื่องการเดินทางดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการระงับคำสั่งประธานาธิบดีที่ทรัมป์ได้ลงนามไปแล้ว โดยคำสั่งประธานาธิบดีเป็นคำสั่งห้ามผู้ที่เดินทางจาก 7 ประเทศเข้ามายังสหรัฐเป็นเวลา 90 วัน และผู้ลี้ภัยเป็นเวลา 120 วัน  ที่สำคัญคำสั่งดังกล่าวยังจุดชนวนการประท้วงไปทั่วสหรัฐด้วยเช่นกัน โดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า มีประชาชนเกือบ 6 หมื่นคนที่ถูกยกเลิกวีซ่าสหรัฐ เพราะคำสั่งห้ามดังกล่าว

 

 

 

เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวของประชาชนในยุโรปซึ่งไม่พอใจคำสั่งของปธน. ทรัมป์  และนำไปสู่การชุมนุมเรียกร้องให้ชาวอเมริกันไม่เอาประธานาธิบดีทรัมป์ และยืนยันจะต่อสู้กับนโยบายดังกล่าวของผู้นำสหรัฐฯโดยเฉพาะในกรุงลอนดอน มีผู้ประท้วงประมาณ 10,000 คนร่วมกันเดินขบวน และประณามนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ ที่สนับสนุนผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ นอกจากนี้ ในอีกหลายเมืองของอังกฤษก็มีการชุมนุมประท้วงในลักษณะนี้เช่นกันขณะที่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และที่กรุงเบอร์ลิน ในเยอรมนี มีประชาชนราวหนึ่งพันคนร่วมชุมนุมต่อต้านคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการชุมนุมยังจัดขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงสวีเดน และเมืองบาร์เซโลนาของสเปนอีกด้วย

 

 

ด้านสำนักข่าวเกียวโด ได้รายงานว่า ปธน.ทรัมป์ได้ทวิตข้อความว่า  ความคิดเห็นของผู้พิพากษา ซึ่งตัดสินใจดึงอำนาจด้านกฎหมายออกไปเสียจากประเทศ ถือเป็นเรื่องที่น่าขบขันและจะต้องถูกถอนรากถอนโคน  (ความคิดเห็นของผู้พิพากษา ทำให้การบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐฯ ไม่ศักดิ์สิทธิ์นั้น และเป็นสิ่งที่ไร้สาระ โดยเขายืนกรานที่จะทำให้คำสั่งห้ามพลเมืองมุสลิมการเดินทางเข้าสหรัฐฯ กลับมามีผลบังคับใช้ได้อีกครั้งหนึ่ง)

 

 

เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์