เตือนสติ ระวังไว้!! "คอยื่น-หลังค่อม" โรคใหม่มาแรงของชีวิตชาวสังคมก้มหน้า หากไม่ปรับเปลี่ยนมีสิทธิ์เสียบุคลิกที่ดีได้!?!

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลทั้งแง่ดีและแง่ลบ สำหรับการใช้สมาร์ทโฟน แต่ส่วนใหญ่แล้วนั้นจะส่งผลไปในทางลบเสียส่วนใหญ่โดยเฉพาะกับสุขภาพทั้งร่างกาย จิตและบุคคลิก ล่าสุด ภัยแฝงจากสมาร์ทโฟนส่งผลต่อร่างกายที่กำลังพบมากขึ้นเรื่อยๆ นั่่นคือ "Forward head posture" หรือ "โรคคอยื่น" เป็นอาการที่กระดูกสันหลังส่วนคอยื่่นออกไปข้างหน้ามากกว่าปกติ ส่งผลให้บริเวณคอและไหล่ต้องรับแรงกดทับมาก และแรงกดดันที่เส้นประสาทจะทำให้เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงเรื้อรังได้

 

 

เตือนสติ ระวังไว้!! "คอยื่น-หลังค่อม" โรคใหม่มาแรงของชีวิตชาวสังคมก้มหน้า หากไม่ปรับเปลี่ยนมีสิทธิ์เสียบุคลิกที่ดีได้!?!

 

 

โดยโรค Forward head posture หรือโรคคอยื่น  เกิดจากสาเหตุที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง อันเป็นผลจากขาดการออกกำลังกายและการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ติดต่อกันนานๆ เป็นประจำ การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ โดยไม่มีการพัก รวมไปถึงการแบกสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากเกินไปเป็นระยะเวลานานๆ เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานในลักษณะเดียว (คล้ายอาการนิ้วล็อค) โดยเฉพาะบริเวณลำคอ ทำให้คอยื่นไปข้างหน้าผิดปกติและเกิดผลกระทบต่อตั้งแต่เล็กน้อย เช่น อาการปวดหลังปวดไหล่เรื้อรัง ไหล่หอ ขากรรไกรเคลื่อน-ค้างและเจ็บบริเวณขากรรไกร ปวดศีรษะ ชาตามแขนและมือ เจ็บหน้าอก ไปจนถึงผลร้ายที่ทำให้ร่างกายอาจเสียการทรงตัวได้ง่ายกว่าเดิม เพราะเมื่อกล้ามเนื้อผิดรูปทำกระดูกสันหลังส่วนบนทำให้เอนไปที่ด้านหลัง ยาวไปจนถึงกระดูกสะโพกเอียงมาด้านหน้าทำให้ลักษณะการยืนและการเดินผิดปกติ เตี้ยลง และหมอนรองกระดูกเสื่อม

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง จะต้องทำให้ได้!!! คำสัญญา ของ อย.จะเป็นจริงแค่ไหน ต้องรอดูกัน กับ15 ปี อย.ขับเคลื่อนการพัฒนาพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนห่างไกลโรค NCDs

เตือนสติ ระวังไว้!! "คอยื่น-หลังค่อม" โรคใหม่มาแรงของชีวิตชาวสังคมก้มหน้า หากไม่ปรับเปลี่ยนมีสิทธิ์เสียบุคลิกที่ดีได้!?!

หากเราไม่แก้ไขชีวิตสังคมก้มหน้าให้เหมาะสม อาจทำให้เราเสียบุคลิกภาพที่ดีก็เป็นได้ ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้...

 

 

เตือนสติ ระวังไว้!! "คอยื่น-หลังค่อม" โรคใหม่มาแรงของชีวิตชาวสังคมก้มหน้า หากไม่ปรับเปลี่ยนมีสิทธิ์เสียบุคลิกที่ดีได้!?!

 

- เลิกก้มหน้า ใช้ในระยะเวลาที่เหมาะสม

ไม่ว่าจะทำงานหรือเล่นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนควรวางหน้าจอให้ห่างจากดวงตาประมาณ 18-24 นิ้ว ให้ระดับหน้าจอสูงในระดับสายตา เพื่อให้ศีรษะอยู่ในลักษณะตรงเวลา ไม่ควรก้มหรือเงยเป็นเวลานานๆ ทั้งนี้ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง ควรมีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณคอ อาทิ นั่งหลังตรงแล้วหงายคอ ก้นหน้า และไปด้านหลัง ด้านข้างซ้ายและขวา เป็นระยะเวลา 5 วินาที ประมาณ 10 ครั้ง หรือมากกว่านั้น จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและกระดูกบริเวณคอมีความยืดหยุ่น หรือลุกเดินขยับร่างกายในท่าการบริหารการออกกำลังกายเบื้องต้นก็จะยิ่งช่วยให้กล้ามเนื้อต่างๆ ได้ผ่อนคลายแถมสุขภาพดีอีกด้วย

 

 

 

 

 

- ปรับไลฟ์สไตล์ชีวิต

วิธีแก้ไขและป้องกันอีกวิธีหนึ่งก็คือ การออกกำลังกาย เพราะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณคอให้แข็งแรง อีกทั้งท่าออกกำลังกายบางท่ายังถือเป็นการช่วยจัดเรียงกระดูกไม่ให้ผิดรูป ให้กระดูกกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งวิธีบริหารคอให้แข็งแรงและช่วยจัดกระดูก มีด้วยกัน 3 ท่าด้วยกัน ซึ่งสามารถทำได้ทุกเวลา

โดยท่าที่ 1.ยกแขนข้างขวาขึ้น เอามือมาวางบนกระดูกสันหลังบริเวณหลังคอ โดยให้ศอกชี้ขึ้นบน จากนั้นหันหน้าไปฝั่งตรงกันข้ามกับแขนแล้วเหลือบตามองต่ำโดยที่คอยังยืดตรง ค้างท่าไว้ พร้อมกับหายใจเข้าและออกช้าๆ ทำซ้ำ 3 ครั้ง ทั้ง 2 ข้าง

 

 

เตือนสติ ระวังไว้!! "คอยื่น-หลังค่อม" โรคใหม่มาแรงของชีวิตชาวสังคมก้มหน้า หากไม่ปรับเปลี่ยนมีสิทธิ์เสียบุคลิกที่ดีได้!?!

 

 

ท่าที่ 2. ให้เรานอนหงายลงกับพื้น โดยให้ไหล่กับศีรษะชิดพื้น จากนั้นให้ชันเข่าขึ้นมาโดยให้หน้ามองตรงขึ้นไปด้านบน ก่อนจะยกศีรษะขึ้นโดยเกร็งคอไว้พร้อมกับค้างและหายใจเข้าออก ทำซ้ำกันทั้งหมด 3 เซต

 

 

เตือนสติ ระวังไว้!! "คอยื่น-หลังค่อม" โรคใหม่มาแรงของชีวิตชาวสังคมก้มหน้า หากไม่ปรับเปลี่ยนมีสิทธิ์เสียบุคลิกที่ดีได้!?!

 

 

ท่าที่ 3. ท่าสุดท้ายให้เราเปลี่ยนจากนอนหงายเป็นนอนคว่ำหน้า แล้ววางมือประสานกันบนพื้น วางหน้าผากลงบนมือ เกร็งคอตรง แล้วยกศีรษะขึ้นค้าง จากนั้นนับ 1-10 แล้วคลายท่า ทำในจำนวนเซตที่เท่ากันกับท่าที่ 2

 

 

เตือนสติ ระวังไว้!! "คอยื่น-หลังค่อม" โรคใหม่มาแรงของชีวิตชาวสังคมก้มหน้า หากไม่ปรับเปลี่ยนมีสิทธิ์เสียบุคลิกที่ดีได้!?!

ทั้งนี้ นอกจากการออกกำลังกายการปรับไลฟ์สไตล์ชีวิตนั้นควรหลีกเลี่ยงการแบกกระเป๋าสะพายหลังที่ไม่เหมาะสมด้วย (น้ำหนักที่เหมาะสมควรไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก) และหลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าด้วยไหล่ข้างเดียวเพราะจะทำให้ไหล่รับน้ำหนักจนอาจได้รับการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการวินิจฉัยอาการอย่างละเอียดเพื่อรู้ระดับอาการป่วยและสามารถกำหนดทิศทางรูปแบบการทำกายภาพบำบัดที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้ว่าอาการจะไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตแต่หากปล่อยเรื้อรังนอกจากจะเสียบุคลิกภาพยังส่งผลร้ายต่อสุขภาพโดยรวมต่อร่างกายที่อาจแทรกซ้อนในอนาคต.

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 38 ชีวิตที่รอความตายอย่างทรมาน!! พบ ผู้ป่วยโรคเอดส์อาศัยในป่าช้า ท่ามกลางกองยางรถยนต์มากมาย (รายละเอียด)

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์