- 06 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันถึงสถานะเงินคงคลัง ว่า การที่เงินคงคลังเหลือน้อยไม่ได้หมายถึงรัฐบาลไม่มีเงิน แต่วงเงินดังกล่าว สามารถปรับขึ้นลงได้ขึ้นอยู่กับการกำกับดูแล ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงการคลังกำกับดูแลโดยเน้นเรื่องประสิทธิภาพอยู่แล้ว สามารถปรับเปลี่ยนเงินคงคลังได้ตามการดำเนินนโยบายในแต่ละช่วง และการที่เงินคงคลังเหลือในระดับ 74,907 ล้านบาท เป็นเพราะกระทรวงการคลังต้องการให้เป็นแบบนี้เพื่อให้การเบิกจ่ายมีประสิทธิภาพ และที่ผ่านมาในการดำเนินนโยบายของบางรัฐบาลมีเงินคงคลังเหลือน้อยกว่าวงเงินดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่เงินคงคลังอยู่ในระดับสูงมาก ไม่ใช่เรื่องที่ดี และการที่มีบุคคลออกมาวิจารณ์เงินคงคลังเหลือน้อยเป็นเพราะไม่มีความเข้าใจ ซึ่งการดูแลสภาพคล่องเงินคงคลัง ทางกระทรวงการคลัง สามารถปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ในระยะเวลาเพียง 2 วัน
ขณะที่ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าว ชี้แจงสถานะการคลังของรัฐบาล โดยระบุว่า สถานะทางการคลังของประเทศ ขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในสถานะที่ดี โดยการคลังของรัฐบาล ล่าสุดในเดือนธันวาคมปี 2559 ที่ผ่านมา ยังมีเงินคงคลัง ที่หักลบรายได้และรายจ่ายแล้ว คงเหลือประมาณ 74,907 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขการจัดเก็บรายได้สูงกว่าที่กระทรวงฯ ประมาณการไว้ ถึง27,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ นโยบายการบริการหารจัดการเงินสดของรัฐบาลนั้น ไม่ต้องการที่จะถือครองเงินสดมากเกินความจำเป็น เนื่องจากต้องการประหยัดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ สำหรับในอดีตที่ผ่านมานั้นเคยมีการเก็บเงินคงคลังไว้ได้ถึง 400,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ต้องเสียภาระในเรื่องของดอกเบี้ยปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมองว่าไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด ขณะที่รายได้ของรัฐบาลมาจากสองส่วนหลัก คือ รายได้จากการจัดเก็บภาษี และเงินกู้ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายเรื่องของการกู้เงินตามความจำเป็นจะไม่มีการกู้มาเพื่อเก็บเอาไว้ซึ่งจะทำให้เสียดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น
อย่างไรก็ตาม ยืนยันรัฐบาลยังมีความสามารถในการกู้เงินได้อีกกว่า 390,000 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานะความมั่นคงของประเทศที่ยังมีความมั่นคงและแข็งแกร่งอยู่ ส่วนประเด็นการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในการจัดเก็บภาษีน้ำมันชนิดอื่น ๆ ด้วย ส่วนการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารนั้นเป็นดุลยพินิจของแต่ละสายการบินที่จะทำการแข็งขันทางด้านตลาด
ด้าน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาข้อมูลที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงปัญหาเศรษฐกิจที่อาจเสียหายหนัก และยากต่อการแก้ไขให้ฟื้นกลับคืนมา หากไม่ออกไปจากปัญหานั้นโดยเร็ว เพราะขณะนี้เงินคงคลัง จากเกือบ 5 แสนล้านบาท ก่อนรัฐประหาร เหลือเพียง 7 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดในรอบหลายปี และรัฐบาลตั้งงบประมาณในปี 61 ขาดดุลถึง 450,000 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 58 จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลตั้งงบขาดดุลจมลึกมากขึ้นทุกปีๆ อีกทั้งการลงทุนในประเทศ มีแต่งบลงทุนจากภาครัฐเท่านั้น ภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศไม่ได้ลงทุนให้สอดคล้องกับแนวทางหรือยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ น่าเป็นห่วงว่างบประมาณที่ลงไปขาเดียวจะได้ผลคุ้มค่าหรือไม่ เปรียบเสมือนคนมี 2 ขา หากเดินขาเดียว จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร ประเทศก็เช่นกัน หากภาคเอกชนทั้งไทยและเทศไม่เชื่อมั่นแล้ว ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร
"ผมไปที่ไหนก็มีแต่คนบ่นว่าเศรษฐกิจย่ำแย่ ผมรู้สึกเห็นใจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ โดยตนเคยเปรียบเปรยว่า ต่อให้ 10 สมคิด ก็แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไปได้ยาก เพราะระบบการเมืองการปกครองไม่เอื้ออำนวย หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยอมรับความจริงซึ่งเป็นปัญหาดังกล่าวข้างต้น ก็ยังมีหนทางที่จะออกจากปัญหาได้ทันการณ์ ผมได้แต่หวังว่า ปีใหม่ฟ้าใหม่ ถ้าผู้เกี่ยวข้องผู้ใดสามารถบันดาลให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ผู้นั้นจะเป็นเทวดาในสายตาประชาชนทันที" นายชวลิต กล่าว
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม : เดือด !!! บิ๊กตู่ ฟิวส์ขาด! หลังถูกนักการเมืองกล่าวหาทำประเทศ "ถังแตก" จนนักข่าวต้องพยายามบอกว่า "ให้นายกใจเย็นๆ"
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม : ไขข้อข้องใจ !!! ฟังจากปากขุนคลัง "อภิศักดิ์" ว่าประเทศกำลังถังแตก อย่างที่นักการเมืองกล่าวหา จริงหรือไม่ ???
เรียบเรียง บุญชัย
