- 06 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ วันนี้วันที่ 6 ก.พ. 2560 กระแสเรื่องการปรองดองยังคงเป็นกระแสประเด็นดังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความเห็นที่ไม่ลงรอยกันและคู่ความขัดแย้งหลักในขณะนี้ น่าจะเป็นคสช. รัฐบาล กองทัพกับพรรคเพื่อไทย ที่ฝั่งหนึ่งมองว่าปัญหาประเทศชาติเกิดขึ้นเพราะประชาชนแตกแยกกัน ที่ตนเองเข้ามายึดอำนาจก็เพื่อต้องการให้เกิดความสงบและนำพาความสงบให้เกิดขึ้นได้ทั้งสองฝ่ายก็ต้องหันหน้ามาคุยกัน แน่นอนครับ นับตั้งแต่คสช.นำเสนอความคิดเห็นดังกล่าวออกมา ทางพรรคเพื่อไทยยืนอยู่ข้างหนึ่งตลอดมานั่นคือยืนยันฟันธงว่า คสช. รัฐบาลและกองทัพนั่นแหละคือคู่ความขัดแย้งของประชาชน เพราะเข้ามายึดอำนาจและเอียงข้างไปอีกฟากฝั่งหนึ่งนั่นก็คือพรรคประชาธิปัตย์ และมวลชนฝ่ายต่อต้านทักษิณ
วันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการณ์เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมายืนยันว่าหากต้องการให้เกิดความปรองดองและชีวิตของคนไทยดีขึ้น สังคมไทยต้องช่วยกันผลักดันและทำสองสิ่งให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง แต่ประการแรกคือต้องทำให้สังคมนี้กลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและโดยพลัน เพราะความเป็นประชาธิปไตยเป็นหลักประกันสำคัญที่สร้างการยอมรับว่าสังคมมีความแตกต่างกัน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ทั้งนี้ ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงคือหลักประกันที่เคารพและยอมรับในสิทธิและเสรีภาพของบุคคลและคนจน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่เกิดความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นและ
เป็นวิธีการสำคัญที่จะอำนวยให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ และดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ส่วนอีกประเด็นถัดมาก็คือ สังคมจะสงบสุขและปรองดองก็ต้องยึดหลักนิติธรรมเป็นเสาค้ำในการอยู่ร่วมกันในสังคมและที่สำคัญด้วยหลักประกันที่จะอำนวยการความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ไม่มีอภิสิทธิชน ไม่มีสองมาตรฐาน ทุกคนอยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกันที่ยุติธรรม เท่าเทียมกัน ตราบใดที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันไม่รู้สึกหรือไม่มั่นใจกระบวนการยุติธรรมให้มีหลักประกันดังกล่าวข้างต้นย่อมยากที่จะให้เกิดความสามัคคีปรองดองขึ้นในสังคมตามคำกล่าวที่ว่า "หากความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคี
ไม่เกิดขึ้น"
ชัดเจนครับ ไม่ต้องแปลความหมายเป็นอื่นใด นาทีนี้พรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับแนวคิดทางการปรองดองของคสช.และพล.อ.ประยุทธ์ เพราะสองประเด็นที่นายภูมิธรรมได้กล่าวมานั้น เป็นสิ่งที่สวนกับคสช.โดยสิ้นเชิง เพราะยังพุ่งเป้าโจมตีไปยังขบวนการของฝั่งฝ่ายที่มีอำนาจว่าเป็นการร่วมหัวเชื่อมโยงกันของชนชั้นบางชนชั้นในสังคมไทย ในทุกข้อต่อของอำนาจจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ ข้อเรียกร้องที่บอกให้เกิดประชาธิปไตยโดยเร็วหรือเกิดความยุติธรรมไม่มีสองมาตรฐาน นั่นแสดงว่าไม่ยอมรับทั้งสามอำนาจของสังคมไทยที่มีอยู่ในขณะนี้ แนวโน้มอย่างนี้ในแง่ของความปรองดองยิ่งจะเกิดขึ้นโดยคาดหวังว่าจะได้มาจากพรรคเพื่อไทยน่าจะลำบาก ก็ถือว่ามีหลักการคนละหลักการกัน เป็นเรื่องที่คสช.จะต้องยึดต่อไปว่าจะทำอย่างไรและดูท่าทีว่าหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะขยับอย่างไรต่อไป.
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ แฟนข่าวสนธิญาณ
