- 08 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
ยังคงเป็นข่าวที่มีการพูดและวิพากษ์วิจารณ์กันไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังหาข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าใครผิด ใครถูก และสิ่งที่ครูจอมทรัพย์นำเสนอต่อสังคมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองในฐานะแพะรับบาปเป็นความจริงเท็จแค่ไหน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ยืนยันว่ามีขบวนการสวมรอยพยานและผู้ต้องหาเกิดขึ้นในขั้นตอนการร้องต่อศาลเพื่อรื้อคดีสอบใหม่
( คลิกอ่านข่าวเกี่ยวข้อง ฟังชัดๆ!!!ป๋าเปลวตั้ง4ปมอ่านแล้วรู้เลยครูจอมทรัพย์แพะหรือแกะ???ฟันธง!!ตำรวจมีทีเด็ด อย่ากะพริบตา-ศึกแห่งศักดิ์ศรี แนะใช้กาลามสูตรติดตาม? )
ล่าสุดวันนี้ ศาลนัดสืบพยานฝ่ายผู้ร้องคดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ยื่นคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีใหม่หลังศาลเคยมีคำพิพากษาให้จำคุก 3ปี 2 เดือน ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีกำหนดนัดสืบพยานระหว่างวันที่ 8 -10 ก.พ.60
ทีมกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม เตรียมนำพยานเข้าสืบรวม10ปี โดยมีพยานปากสำคัญ จำนวน2ปาก ซึ่งเห็นเหตุการณ์เมื่อวันที่11มี.ค.48ว่า ณ จุดเกิดเหตุคนขับรถยนต์ชน นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี จนถึงแก่ความตายเป็นผู้ชาย และได้ลงมาดูศพบนายเหลือ ก่อนขับรถยนต์หนีไป แต่จำได้เพียงตัวเลขทะเบียน 56 ส่วนอื่นไม่สามารถจำได้ สอดรับกับ นายสับ วาปีที่ออกมารับสารภาพว่าเป็นคนขับรถชนตัวจริง และรถยนต์คันเกิดเหตุ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ไม่ใช่รถยนต์ บค 56 สกลนครซึ่งเป็นรถยนต์ของครูจอมทรัพย์
ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายกระทรวงยุติธรรม จะมีการนำ รถยนต์โตโยต้า สีบรอน ทะเบียน บค 56 สกลนคร ซึ่งเป็นรถยนต์ของครูจอมทรัพย์ มาแสดง และยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการลงเดินเผชิญสืบนอกเหนือจากการสืบพยานหน้าบัลลังก์เพื่อยืนยันว่ารถยนต์ดังกล่าวไม่เคยมีการเฉี่ยวชนและได้การรับรองยืนยันการตรวจสอบของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบพยานของผู้ร้อง ส่วนในวันที่ 9 -10 ก.พ.60 จะเป็นการสืบพยานของฝ่ายผู้คัดค้านคือ พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โดยตำรวจยังคงยืนยันว่าจะต้องรอขบวนการของศาลเสร็จสิ้น จึงจะมีดำเนินคดีในข้อหารับจ้างทำผิดแทนจริง
ก่อนหน้านั้นนางจอมทรัพย์ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุที่รถชน นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี เสียชีวิตขณะปั่นรถจักรยาน บริเวณถนนพระซอง-เรณูนครฝั่งมุ่งหน้าไปยัง อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยครูจอมทรัพย์ จุดธูป 1 ดอก กล่าวคำขอขมาทั้งน้ำตา ถึงดวงวิญญาณผู้ตาย รวมถึงเจ้าที่ และเจ้ากรรมนายเวร เพื่อขอให้อโหสิกรรม และขอให้ความจริงปรากฏต่อสังคม เพื่อให้พ้นมลทิน แต่ไม่ให้สัมภาษณ์จนกว่าจะมีการสืบพยานของศาลจังหวัดนครพนมแล้วเสร็จ
ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก : ทวิตเตอร์ @Nicha_PPTV
เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์
