ตำรวจเสนอปฏิรูปตัวเอง6ด้านจะตอบคำถามมีตร.ไว้ทำไมได้หรือไม่?

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

 

 

สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ วันนี้วันที่ 8 ก.พ. 2560 การปฏิรูปตำรวจถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งของสังคมไทยที่พูดกันมานานแต่ยังไม่ขยับตัวได้สักทีหนึ่ง พูดถึงเรื่องการปฏิรูปตำรวจก็กลายเป็นการขยายโครงสร้างข้างบนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีระดับนายพลนายท่วมท้นขึ้นเท่านั้น รัฐธรรมนูญฉบับประชามติกำหนดชัดเจนว่าการปฏิรูปตำรวจจะเป็นวาระแรกที่จะเริ่มดำเนินการตามรัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับการปฏิรูปการศึกษา นั่นแสดงว่ายอมรับแล้วว่าเรื่องของตำรวจนั้นเป็นเรื่องใหญ่ของชาติ ไม่เพียงเท่านั้น คสช.และรัฐบาลได้ประกาศจะใช้มาตรา 44 ดำเนินการในเรื่องปฏิรูประยะสั้น นั่นคือเรื่องการโยกย้าย ซึ่งเป็นประเด็นเสมอมาในเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง

ตำรวจเสนอปฏิรูปตัวเอง6ด้านจะตอบคำถามมีตร.ไว้ทำไมได้หรือไม่?

 

 

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง ก็ไม่ใช่ไม่ขยับตัว พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. ได้เปิดเผยว่า ในขณะนี้สตช.ได้นำเสนอภาพรวมในการปฏิรูปตำรวจ 6 ด้านด้วยกัน ประกอบด้วยด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การปฏิรูปด้านโครงสร้าง การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในองค์กร ด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ ด้านการสอบสวนและการบังคับใช้กฏหมาย โดยในขณะนี้เหลือเพียงการสรุปรวบรวมเอกสาร คาดว่าสิ้นเดือนก.พ.นี้จะสามารถเสนอรัฐบาลได้ ก็น่าสนใจครับ ทั้งด้านสตช.เสนอเข้ามาก็ต้องกลับไปดูรายละเอียดว่าจะทำให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพเป็นที่คาดหวังของประชาชนได้จริงหรือไม่

ตำรวจเสนอปฏิรูปตัวเอง6ด้านจะตอบคำถามมีตร.ไว้ทำไมได้หรือไม่?

 

 

สิ่งที่น่าสนใจในข้อเสนอหลักๆ เรื่องการปฏิรูปอยู่ที่การจะเอาสตช.ไปไว้กับท้องถิ่นหรือจะพูดโดยภาพรวมคือการผ่าตัดไม่ให้มีการรวมศูนย์อำนาจ ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจในวันนี้ สตช.มีตำรวจอยู่ทั้งสิ้น 240,000 กว่านาย เป็นตำรวจชั้นประทวนในระดับปฏิบัติการ 181,000 นาย เป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร 37,000 นาย กำลังพลใหญ่ขนาดนี้ โคตรงสร้างการบังคับบัญชาจะเทอะทะหรือไม่ นี่เป็นเรื่องที่เป็นคำถามและทำให้เกิดการวิ่งเต้น การโยกย้ายจริงหรือไม่ ก็เป็นประเด็นค้างคาที่ถามกันมา ก็ต้องจับตาดูกันล่ะครับว่าเฉพาะหน้านี้คสช.และรัฐบาลจะใช้มาตรา 44 ดำเนินการในเรื่องการโยกย้ายเป็นเรื่องที่ประชาชนคาดหวังจะออกมาเป็นอย่างไร ควรจะตอบคำถามว่าจะมีตำรวจเอาไว้ทำไมได้หรือไม่ ก็ต้องติดตามต่อไปครับ.

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณ แฟนข่าวสนธิญาณ