พอควรแก่เหตุ ไม่ใช่เกินกว่าเหตุ!!!ทนายสงกรานต์ ชี้ช่องวิศวะสู้คดียันชอบธรรมป้องครอบครัวถูกรุมจี้ผบ.ตร.เท่าเทียมดำเนินคดีแก๊งโจ๋อย่างเฉียบขาด

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

       นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความและประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โพสต์เฟซบุ๊กผ่านหน้าเพจ "ทค.สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์" โดยได้ตั้งคำถามถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ถึงกรณีที่ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี วิศวกรชาวกรุงเทพมหานคร ใช้อาวุธปืนยิงใส่เด็กนักเรียน ม.4 เสียชีวิต โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

 

ร้อง ผบ.ตร.,ผบช.ตร.ภาค2,ผบก.ตร.ภจว.ชลบุรี.จัดการ!!!!

 

ภาพชายวัย50ปีพร้อมภรรยาและลูกวัย13ปีและมารดาถูกกลุ่มวัยฉกรรจ์และวัยรุ่นรวม13 คนเป็นชาย 12 คน อายุระหว่าง 17ปี ถึง 21 ปี และหญิง1คนวัย 15 ปี ซึ่งได้โดยสารมากับรถยนต์ตู้โดยสารเพื่อมาเที่ยวที่บางแสนแล้วเกิดเหตุบริเวณอ่างศิลาใกล้ร้านอาหารโต้รุ่งโดยมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งลงจากรถตู้แล้วปรี่เข้าไปทำร้ายร่างกายคนขับรถยนต์เก๋งกับพวกในเวลากลางคืนจนได้รับบาดเจ็บ(ดังปรากฏในคลิปภาพ)!!!

พอควรแก่เหตุ ไม่ใช่เกินกว่าเหตุ!!!ทนายสงกรานต์ ชี้ช่องวิศวะสู้คดียันชอบธรรมป้องครอบครัวถูกรุมจี้ผบ.ตร.เท่าเทียมดำเนินคดีแก๊งโจ๋อย่างเฉียบขาด

คดีนี้นอกเหนือจากการดำเนินคดีกับชายวิศวะแล้วนั้นสิ่งที่กระผมและประชาชนหลายท่านประสงค์ที่จะนำกราบเรียนต่อท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2.ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ที่เคารพว่า "ได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นในความผิดทางอาญาและความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้แล้วหรือยัง? "ในความผิดฐาน 1.ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นฯ (ตามปรากฏในคลิป) 2. ขับรถโดยประมาทเป็นที่น่าหวาดเสียวฯ และความผิดอื่นๆ จากคลิปและภาพที่ปรากฏต่อหน้าสาธารณะชนและสื่อมวลชนจะเห็นได้ว่ามีการร่วมกันลงมือทำร้ายร่างกายชายคนดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บฯและในความผิดอื่นๆ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจแสนสุขได้มีการนำส่งตัวชายวิศวะคนดังกล่าวไปให้แพทย์ทำการชันสูตรบาดแผลแล้วหรือยังและมีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลหรือกลุ่มวัยรุ่นแล้วหรือยัง?? เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

 

กรณีที่ชายวิศวะที่ขับรถยนต์เก๋งได้ใช้อาวุธปืนขนาด.380 แมกกาซีนซึ่งปืนกระบอกนี้สามารถบรรจุกระสุนในรังเพลิงได้ถึง6นัดโดยชายคนดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนของตนซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้มีและให้ใช้โดยได้ยิงไป1นัดกระทั่งถูกวัยรุ่นหนึ่งคนหนึ่งจนถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุโดยกระสุนปืนยังอยู่ในแมกกาซีนอีก 5 นัด ชายวิศวะถูกตั้งข้อหาในความผิดทางอาญาดังต่อไปนี้ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2. พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ

(คลิกอ่าน : ซึ้ง น้ำตาไหล...เปิดตัว ภรรยาลุงวิศวะ เจ้าของเสียง "พี่เอาปืนมาให้อ้อย")

พอควรแก่เหตุ ไม่ใช่เกินกว่าเหตุ!!!ทนายสงกรานต์ ชี้ช่องวิศวะสู้คดียันชอบธรรมป้องครอบครัวถูกรุมจี้ผบ.ตร.เท่าเทียมดำเนินคดีแก๊งโจ๋อย่างเฉียบขาด

แนวทางต่อสู้คดีของชายวิศวะ อาจเป็นได้ดังนี้ เมื่อพิเคราะห์จากพยานบุคคลและพยานวัตถุซึ่งเป็นคลิปภาพเคลื่อนไหวซึ่งหากชายวิศวะคนดังกล่าวนั้นมีเจตนาที่จะยิงวัยรุ่นคนดังกล่าวที่ได้มากลุ้มรุมหรือรุมทำร้ายหรือล้อมรถยนต์แล้วนั้นเขาก็สามารถที่จะยิงได้มากกว่า1นัด แต่เขาก็หาได้ยิงไม่ทั้งที่สามารถยิงได้ ใช่หรือไม่? จากพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่าภยันตรายกำลังใกล้จะมาถึงตัวผู้ต้องหาและครอบครัวซึ่งมีภรรยามีมารดาและบุตรของผู้ต้องหารวม 4 คน ดังนั้นผู้ต้องหาจึงมีความชอบธรรมที่จะป้อง กันภยันตรายได้ตามสมควร ใช่หรือไม่? ซึ่งในสภาวะเช่นนั้นโดยวิญญูชนแล้วย่อมเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวย่อมจะต้องมีอาวุธซึ่งสามารถทำอันตรายผู้ต้องหาและครอบครัวได้ ใช่หรือไม่?

 

ฉะนั้นการที่ชายวิศวะซึ่งเป็นผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายเพียง1นัดและกระสุนถูกผู้ตายและผู้ตายถึงแก่ความตายนั้นย่อมถือได้ว่าการกระทำของผู้ต้องหานี้พอสมควรแก่เหตุ ใช่หรือไม่? แต่ ณ ขณะนี้สิ่งที่กระผมและประชาชนโดยทั่วไปใคร่ขอกราบวิงวอนให้ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ได้โปรดพิจารณาดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้อย่างเฉียบขาด!!!!!

พอควรแก่เหตุ ไม่ใช่เกินกว่าเหตุ!!!ทนายสงกรานต์ ชี้ช่องวิศวะสู้คดียันชอบธรรมป้องครอบครัวถูกรุมจี้ผบ.ตร.เท่าเทียมดำเนินคดีแก๊งโจ๋อย่างเฉียบขาด

(คลิกอ่าน : "ทนายเกิดผล" เปิดการ์ดป้องกันตัว ยกคดี"ลุงวิศวกรยิงเด็กม.4" อ่านไว้ถึงคราวตัวเองจะได้รู้)

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์