- 09 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
ยังถือเป็นประเด็นร้อนที่กระแสสังคมให้ความสนใจ กับประเด็นพิพาทระหว่างวิศวกรกับกลุ่มวัยรุ่นจนนำมาซึ่งเหตุเสียชีวิต ท่ามกลางกระแสความเห็นมากมายซึ่งค่อนข้างเห็นใจทางด้านผู้ก่อเหตุ ภายหลังมีคลิปภาพขณะที่ถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บแพร่กระจายสู่สาธารณะ ล่าสุดนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความชื่อดัง และประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้โพสต์แสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กมีสาระสำคัญในการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีทำงานอย่างรอบด้าน ตามข้อความที่ระบุว่า "ร้องผบ.ตร.,ผบช.ตร.ภาค2,ผบก.ตร.ภจว.ชลบุรี.จัดการ!!!"
"..ภาพชายวัย50ปีพร้อมภรรยาและลูกวัย 13 ปี และมารดาถูกกลุ่มวัยฉกรรจ์และวัยรุ่นรวม13 คนเป็นชาย 12 คน อายุระหว่าง17ปี ถึง 21 ปี และ หญิง1คนวัย 15 ปี ซึ่ง ได้โดยสารมากับรถยนต์ตู้โดยสารเพื่อมาเที่ยวที่บางแสนแล้วเกิดเหตุบริเวณอ่างศิลาใกล้ร้านอาหารโต้รุ่งโดยมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งลงจากรถตู้แล้วปรี่เข้าไปทำร้ายร่างกายคนขับรถยนต์เก๋งกับพวกในเวลากลางคืนจนได้รับบาดเจ็บ(ดังปรากฏในคลิปภาพ)!!!
... คดีนี้นอกเหนือจากการดำเนินคดีกับชายวิศวะแล้วนั้นสิ่งที่กระผมและประชาชนหลายท่านประสงค์ที่จะนำกราบเรียนต่อท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 , ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ที่เคารพว่า
" ได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นในความผิดทางอาญาและความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้แล้วหรือยัง?? " ในความผิดฐาน
1. ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นฯ(ตามปรากฏคลิป)
2. ขับรถโดยประมาทเป็นที่น่าหวาดเสียวฯ
และความผิดอื่นๆ
..จากคลิปและภาพที่ปรากฏต่อหน้าสาธารณะชนและสื่อมวลชนจะเห็นได้ว่ามีการร่วมกันลงมือทำร้ายร่างกายชายคนดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บฯและในความผิดอื่นๆ
..พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจแสนสุขได้มีการนำส่งตัวชายวิศวะคนดังกล่าวไปให้แพทย์ทำการชันสูตรบาดแผลแล้วหรือยังและมีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลหรือกลุ่มวัยรุ่นแล้วหรือยัง??
.. เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
.. กรณีที่ชายวิศวะที่ขับรถยนต์เก่งได้ใช้อาวุธปืนขนาด.380 แมกกาซีนซึ่งปืนกระบอกนี้สามารถบรรจุกระสุนในรังเพลิงได้ถึง 6นัด โดยชายคนดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนของตนซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้มีและให้ใช้โดยได้ยิงไป1นัดกระทั่งถูกวัยรุ่นหนึ่งคนหนึ่งจนถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุโดยกระสุนปืนยังอยู่ในแมกกาซีนอีก 5 นัด
..ชายวิศวะถูกตั้งข้อหาในความผิดทางอาญาดังต่อไปนี้
1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
2. พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ
.. แนวทางต่อสู้คดีของชายวิศวะ อาจเป็นได้ดังนี้
.. เมื่อพิเคราะห์จากพยานบุคคลและพยานวัตถุซึ่งเป็นคลิปภาพเคลื่อนไหวซึ่งหากชายวิศวะคนดังกล่าวนั้นมีเจตนาที่จะยิงวัยรุ่นคน
ดังกล่าวที่ได้มากลุ้มรุมหรือรุมทำร้ายหรือล้อมรถยนต์แล้วนั้นเขาก็สามารถที่จะยิงได้มากกว่า1นัดแต่เขาก็หาได้ยิงไม่ทั้งที่สามารถ
ยิงได้ ใช่หรือไม่?
..จากพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่าภยันตรายกำลังใกล้จะมาถึงตัวผู้ต้องหาและครอบครัวซึ่งมีภรรยามีมารดาและบุตรของผู้ต้องหารวม 4 คน ดังนั้นผู้ต้อง หาจึงมีความชอบธรรมที่จะป้องกันภยันตรายได้ตามสมควร ใช่หรือไม่?
..ซึ่งในสภาวะเช่นนั้นโดยวิญญูชนแล้วย่อมเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวย่อมจะต้องมีอาวุธซึ่งสามารถทำอันตรายผู้ต้องหาและครอบ
ครัวได้ ใช่หรือไม่?
..ฉะนั้นการที่ชายวิศวะซึ่งเป็นผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายเพียง 1 นัดและกระสุนถูกผู้ตายและผู้ตายถึงแก่ความตายนั้นย่อมถือ
ได้ว่าการกระทำของผู้ต้องหานี้พอสมควรแก่เหตุ ใช่หรือไม่?
..แต่ขณะนี้สิ่งที่กระผมและประชาชนโดยทั่วไปใคร่ขอกราบวิ่งวอนให้ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ได้โปรดพิจารณาดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้อย่างเฉียบขาด"
(คลิกอ่าน : ความจริงจากอีกฝั่ง เผยความจริงจากปาก “วิศวกร” ยิงเด็กม.4)
ก่อนหน้านั้น พนักงานสอบสวน สภ.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้ให้ข้อมูลความคืบหน้าคดีนายสุเทพ โถชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี ใช้อาวุธปืน .380 ยิง นายโอ๋ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียน กศน.แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เสียชีวิต ว่า ขณะนี้ได้สอบปากคำทั้งผู้ต้องหาและฝ่ายผู้เสียชีวิตไว้แล้ว อยู่ระหว่างรอหลักฐานผลตรวจประวัติผู้ต้องหา ผลการตรวจสอบเขม่าดินปืน ผลตรวจสอบอาวุธปืน และผลตรวจสอบใบอนุญาตอาวุธปืน แต่เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อหาผู้ต้องหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืน พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานคาดว่า น่าจะไม่เกิน 2 เดือนจะแล้วเสร็จ.
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ เฟซบุ๊ก สงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์
