รู้ผลไล่ธาริตออกราชการแล้ว!!กฤษฎีกาได้ข้อยุติแจ้งกลับสำนักนายกฯ ส่วนคดียึดทรัพย์สำนวนถึงมือศาลรอวินิจฉัยรวยผิดปกติ เจ้าตัวเอาคืนฟ้องแพ่งปปช.

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

       จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน กรณีกล่าวหานายธาริต เพ็งดิษฐ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่ำรวยผิดปกติ สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เคยมีมติชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติไปก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปี2559 เนื่องจากมีพฤติการณ์ให้บุคคลอื่นถือทรัพย์สินแทนกว่า 346 ล้านบาท และส่งเรื่องต่อศาลที่มีอำนาจให้ยึดทรัพย์ดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้ล่าสุดคณะอนุกรรมการไต่สวนฯได้ทำหนังสือแจ้งการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนฯแก่นายธาริต ตามที่อยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์แล้ว ปรากฏว่ามีบุคคลชื่อ บุญยืน อ้างว่าเป็น รปภ. แต่นายธาริต ไม่ได้รับทราบหนังสือดังกล่าวแต่อย่างใด

 

       โดยคณะอนุกรรมการไต่สวน เปิดเผยตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายธาริต ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่า 346,652,588 บาท ซึ่งจากข้อเท็จจริงในสำนวนการไต่สวนดังกล่าว ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีบุคคลใกล้ชิดกับผู้ถูกกล่าวหา ถือครองทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก และนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรสของผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้ชื่อบุคคลอื่นซื้อทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีผู้ให้ข้อมูลว่า มีบุคคลอื่นเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินแทนผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นทรัพย์สินนอกเหนือจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดดังกล่าว กรณีจึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายธาริต มีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่

รู้ผลไล่ธาริตออกราชการแล้ว!!กฤษฎีกาได้ข้อยุติแจ้งกลับสำนักนายกฯ ส่วนคดียึดทรัพย์สำนวนถึงมือศาลรอวินิจฉัยรวยผิดปกติ เจ้าตัวเอาคืนฟ้องแพ่งปปช.

       ทั้งนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายธาริต ฐานร่ำรวยผิดปกติ โดยพบพฤติการณ์ว่า นายธาริต และนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรส มีทรัพย์สินจำนวนมาก หรือมีทรัพย์สินมากหรือมีหนี้สินลดลงมาก เกินกว่าฐานะและรายได้ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะพึงมีได้ อีกทั้งยังปรากฏพฤติการณ์โอน ยักย้าย แปรสภาพหรือซุกซ่อนทรัพย์สิน รวมทั้งให้บุคคลอื่นถือทรัพย์สินแทน โดยพบว่า นายธาริต ให้นายปิยฤกษ์ อรรถกานต์รัตน์ ซึ่งเป็นหลานชายของนายธาริต และนางวรรษมล และบริษัท ปิยธนวรรษ จำกัด ซึ่งมีนายปิยฤกษ์ และนางกานดา เผือดจันทึก น้องสาวของนางวรรษมล เป็นกรรมการบริษัท มีชื่อเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินจำนวนมากแทนนายธาริต และนางวรรษมล จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายธาริต ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่า 346,652,588 บาท โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือหนี้สินลดลงมากผิดปกติ

รู้ผลไล่ธาริตออกราชการแล้ว!!กฤษฎีกาได้ข้อยุติแจ้งกลับสำนักนายกฯ ส่วนคดียึดทรัพย์สำนวนถึงมือศาลรอวินิจฉัยรวยผิดปกติ เจ้าตัวเอาคืนฟ้องแพ่งปปช.

       อย่างไรก็ตามคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดไว้เป็นการชั่วคราว จำนวน 90,260,687 บาท ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติที่เหลือ 256,391,901.12 บาท ให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของนายธาริต และนางวรรษมล โดยให้ส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อขอศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 80 และมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวน และรายงานความเห็นคดีดังกล่าวไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการลงโทษไล่นายธาริต ออกจากราชการด้วย

 

       ล่าสุดนายปรีชา เลิศกมลมาศ คณะกรรมการปปช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่ำรวยผิดปกติ เปิดเผยความคืบหน้าของคดีดังกล่าวกับทีมข่าว " DeepsTnews " ว่า ในส่วนคดีที่พบมีการถ่ายโอนทรัพย์ไปไว้ที่บุคคลอื่นนั้น ได้แจ้งให้นายธาริต รับทราบข้อกล่าวหาและทางเจ้าตัวก็ยอมรับทราบแล้วหลังจากที่เจ้าหน้าที่ส่งไปแล้วเจอแต่รปภ.ที่บ้าน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการฟ้องแพ่งกลับมาแล้วด้วย ทางปปช.ก็จะชี้แจงคำฟ้องกลับไปโดยนายธาริต ฟ้องปปช.กลับมาว่า เป็นการไต่สวนซ้ำ ส่วนทรัพย์สินที่ส่งให้อายัดนั้นขณะนี้ศาลกำลังวินิจฉัยอยู่ ขณะที่เรื่องส่งหนังสือแจ้งให้นายกรัฐมนตรี ดำเนินการลงโทษให้ไล่ออกจากราชการนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รายงานผลกลับมาแล้วอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรีหลังจากที่สำนักนายกฯได้ส่งขอความเห็นไป โดยผลในการพิจารณาได้ยุติลงแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ปปช.กำลังประสานไปที่สำนักนายกฯเพื่อรับทราบผลกลับมาอีกครั้งตามที่ได้ส่งความเห็นไป  

รู้ผลไล่ธาริตออกราชการแล้ว!!กฤษฎีกาได้ข้อยุติแจ้งกลับสำนักนายกฯ ส่วนคดียึดทรัพย์สำนวนถึงมือศาลรอวินิจฉัยรวยผิดปกติ เจ้าตัวเอาคืนฟ้องแพ่งปปช.

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์