- 11 ก.พ. 2560
หนียังไงก็จะตาม !! "วิษณุ"ลั่นยึดทรัพย์แน่"บุญทรง &เดอะแก๊งค์"แม้จะโยกหลบต่างประเทศ..แถมย้ำไม่ยืด ไม่เรื่อยเปื่อยแน่นอน
หลังจากศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องขอให้ทุเลาการบังคับใช้ตามคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ที่สั่งให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ,นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ ,นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ผู้ฟ้องคดีรวม 5สำนวน คดีชดใช้ค่าเสียหายจากการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี รวมมูลค่ากว่า2หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ก.พ.60 ที่ผ่านมาแล้วนั้น
ล่าสุดทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการบังคับคดีเพื่ออายัดทรัพย์นายบุญทรง กับพวก ว่า ขั้นตอนต่อไปทางกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ก็ต้องบอกให้กรมบังคับคดีไปพิจารณาตรวจสอบว่าทรัพย์สินเก็บอยู่ที่ไหนบ้าง ทั้งบ้าน ที่ดิน เพื่อทำการยึดทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งกระทรวงพาณิชย์และกรมบังคับคดีเขาก็ประสานงานกันมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในระหว่างนี้ทางนายบุญทรง และพวก สามารถยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปไว้ที่อื่นได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เขาอาจจะทำได้ ไม่ได้ว่าอะไร ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้คือกระทรวงพาณิชย์ จะต้องติดตามมาให้ได้ แม้ว่าจะหลบหลีกไปไว้ในต่างประเทศก็ตาม เขามีวิธีที่จะนำทรัพย์สินเหล่านั้นมาได้ ตนไม่อยากพูดอะไรมาก และมีเวลาตั้งหลายปี ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีการกำหนดเวลาในการบังคับคดี แต่ก็ยืนยันว่าไม่ยืด ไม่เรื่อยเปื่อยแน่นอน จะให้ยึดทรัพย์ภายใน 3 วันหรือ 7 วันคงเป็นไปไม่ได้ ที่ผ่านมาเขามีสายลับมารายงานอยู่ตลอด ก็ค่อยๆ ติดตามไป ซึ่งการบังคับคดีสามารถบังคับได้ตลอดไป
ทั้งนี้ทางฝากฝั่งของ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวโพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า...
หลังจากที่มีความชัดเจน กรณีศาลปกครองกลาง ไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนายบุญทรงและพวก กรณีที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการบังคับทางปกครอง เพื่อยึดและอายัดทรัพย์ กรณีค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบจีทูจี จากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของกรมบังคับคดีที่จะดำเนินการ จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นของศาลปกครองตามมา
ข้อสังเกตต่อกรณียึดและอายัดทรัพย์ ของนายบุญทรงและพวก มีประเด็นที่รัฐบาลควรรับฟังดังนี้
ประการแรก แม้การยึดและอายัดทรัพย์ดังกล่าว อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมบังคับคดี แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ต้องควบคุมกำกับ ให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว หลังจากที่ล่าช้ามาในช่วงแรก
ประเด็นที่สอง เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และวงเงินรวมมีปริมาณสูงถึง 20,000 ล้านบาท กระบวนการยึดและอายัดทรัพย์ ของบุคคลแต่ละราย รัฐบาลควรชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบถึงทรัพย์สินดังกล่าวของแต่ละราย ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
ประการที่สาม สิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือการชี้แจงข้อเท็จจริง ตลอดจนความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นระยะ เพราะการแถลงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องรัฐบาล
ประการที่สี่ ถ้าเทียบเคียงคดีของนายบุญทรง และคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ พอที่จะคาดการณ์ได้ว่าผลการพิจารณาคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์จะออกมาเช่นไร รัฐบาลจึงต้องทำงานหนักในการชี้แจงคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์เพิ่มเป็นสองเท่า เพราะถ้ารัฐบาลไม่ชี้แจง จะทำให้รัฐบาลเป็นฝ่ายเสียหายได้
ประการที่ห้า ในระหว่างที่การยึดและอายัดทรัพย์ล่าช้าช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลควรที่จะตรวจสอบด้วยว่า แต่ละท่านมีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์หรือไม่
เรียบเรียง Wila
