- 12 ก.พ. 2560
"พาณิชย์"ชงยึดทรัพย์!! "บุญทรงและพวก"14 ก.พ.นี้ส่งบังคับ-"วิษณุ"ลั่นตามอายัดแน่แม้โยกหลบต่างประเทศ..โดนใจ!!เรื่องนี้ไม่ยืดเยื้อ
สื่บเนื่องจากกรณีศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องขอให้ทุเลาการบังคับใช้ตามคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ที่สั่งให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ,นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ ,นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ผู้ฟ้องคดีรวม 5สำนวน คดีชดใช้ค่าเสียหายจากการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี รวมมูลค่ากว่า2หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ก.พ.60 ที่ผ่านมาแล้วนั้น
ต่อมาเมื่อช่วงสายของวัน11ก.พ.60 กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดแถลงข่าวด่วนโดย น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และ น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า กรมบังคับคดีได้ส่งแบบฟอร์มที่จะต้องกรอกมาให้แล้ว คาดว่ากรมการค้าต่างประเทศจะดำเนินการ และคาดว่าวันอังคารที่ 14 ก.พ.นี้ เอกสารต่างๆ จะครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่กรมบังคับคดีขอมา และจะจัดส่งไปให้ได้ เพื่อดำเนินการตั้งเรื่องบังคับทางปกครองให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชดเชยค่าเสียหายต่อไป
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ..“กรมการค้าต่างประเทศประสานข้อมูลกับกรมบังคับคดีมาตลอด แต่เหตุผลที่การดำเนินการล่าช้า เพราะแต่ละหน่วยงานไม่ได้มีประสบการณ์ในการดำเนินการในกรณีลักษณะนี้ ไม่ใช่เป็นการดึงเรื่อง แต่มีรายละเอียดการทำงานค่อนข้างมาก ซึ่งภายในวันที่ 14 ก.พ.นี้กระทรวงพาณิชย์จะส่งแบบฟอร์มทั้งหมดให้ได้”
ขณะที่นางดวงพร กล่าวว่า กรมได้มีการหารือกับกรมบังคับคดีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ส.ค.2559 แต่เนื่องจากจะมีการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง กรมยังไม่มีประสบการณ์การมาก่อน และมีขั้นตอนทางเทคนิคค่อนข้างมาก จึงต้องมีการหารือกันต่อไปในการดำเนินการ โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีความขัดแย้ง หรือความผิดพลาดในการดำเนินการแต่อย่างใด มีการหรือกันมาโดยตลอด เพื่อประโยชน์สูงสุดของรัฐ
ส่วนขั้นตอนการในการสืบทรัพย์เพื่อส่งเรื่องไปยังกรมบังคับคดีในการตั้งเรื่องเพื่อใช้มาตรการทางปกครองนั้น กรมจะต้องประสานกับทางกรมบังคับคดีว่าต้องการข้อมูลใดบ้าง เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่เอกสารเบื้องต้นก่อนหน้านี้ได้มีการส่งให้ไปบ้างแล้ว
ด้าน น.ส.รื่นวดี กล่าวว่า ได้มีการตั้งคณะทำงาน เพื่อดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 56/2559 ซึ่งมีรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ดูแลสายงานคดีทางแพ่ง เป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยกรมการค้าต่างประเทศ โดยประสานในการยื่นคำขอตั้งสำนวนยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 ราย ไปตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559 จากนั้นมีการประสานงานกับกรมการค้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
“คดีนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 57 ซึ่งอนุญาตให้นำวิธีพิจาณาความแพ่ง (วิ.แพ่ง มาตรา 271) มาใช้โดยอนุโลม โดยจะเริ่มจาก โจทก์ (กรมการค้าต่างประเทศ) ยื่นตั้งเรื่องยึดอายัดทรัพย์ พร้อมวางค่าใช้จ่าย และส่งเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะยึด ซึ่งขั้นตอนนี้ทางฝ่ายโจทก์ต้องเป็นผู้ไปดำเนินการสืบทรัพย์ หาข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 ราย มีทรัพย์สินรายการใดบ้าง และต้องมีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประกอบการพิจารณา”
ขณะที่อีกด้านหนึ่งนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการบังคับคดีเพื่ออายัดทรัพย์นายบุญทรง กับพวก ว่า ขั้นตอนต่อไปทางกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ก็ต้องบอกให้กรมบังคับคดีไปพิจารณาตรวจสอบว่าทรัพย์สินเก็บอยู่ที่ไหนบ้าง ทั้งบ้าน ที่ดิน เพื่อทำการยึดทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งกระทรวงพาณิชย์และกรมบังคับคดีเขาก็ประสานงานกันมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในระหว่างนี้ทางนายบุญทรง และพวก สามารถยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปไว้ที่อื่นได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เขาอาจจะทำได้ ไม่ได้ว่าอะไร ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้คือกระทรวงพาณิชย์ จะต้องติดตามมาให้ได้ แม้ว่าจะหลบหลีกไปไว้ในต่างประเทศก็ตาม เขามีวิธีที่จะนำทรัพย์สินเหล่านั้นมาได้ ตนไม่อยากพูดอะไรมาก และมีเวลาตั้งหลายปี ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีการกำหนดเวลาในการบังคับคดี แต่ก็ยืนยันว่าไม่ยืด ไม่เรื่อยเปื่อยแน่นอน จะให้ยึดทรัพย์ภายใน 3 วันหรือ 7 วันคงเป็นไปไม่ได้ ที่ผ่านมาเขามีสายลับมารายงานอยู่ตลอด ก็ค่อยๆ ติดตามไป ซึ่งการบังคับคดีสามารถบังคับได้ตลอดไป
เรียบเรียง Wila
