"ท่านไม่เพียงแต่นั่งแท็กซี่เท่านั้น วินมอเตอร์ไซต์ ท่านก็นั่งมาแล้ว" ความไม่มีที่แท้ของ"สมเด็จพระสังฆราช"องค์ที่20

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

        สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  ก่อนหน้านี้ที่เรียกท่านว่า ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯท่านเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เอาใจใส่ในกิจการงานของพระอารามหลวงด้วยดีตลอดมา ดังจะเห็นได้จากตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ที่รับภารธุระอยู่ ทุกประการล้วนต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ พร้อมทั้งความตั้งใจจริงอย่างดียิ่ง ได้ทำหน้าที่ในฐานะแห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นไปของวัดและคนในวัดอย่างดียิ่ง รวมทั้งท่านยังได้สร้างคุณูปการแด่คณะสงฆ์อย่างมากมาย ตลอดระยะเวลาเกือบชั่วชีวิตในการครองสมณเพศใต้ร่มบวรพระพุทธศาสนา พระมหาเถระแห่งคณะสงฆ์ธรรมยุตรูปนี้ได้แสดงให้ประจักษ์ถึงผลงานและคุณสมบัติต่างๆ เป็นที่ยกย่องเชิดชูมากมาย ทั้งในด้านการบริหารและด้านวิชาการ ตลอดจนเป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตร งดงามด้วยการครองตน เปี่ยมไปด้วยเมตตาคุณเป็นที่ยอมรับและเลื่อมใสศรัทธาอย่างกว้างขวาง และที่ได้รับการพูดถึงเสมอคือท่านไม่มีรถยนต์ส่วนตัวเหมือนพระเถระอื่นๆ จึงได้รับยกย่องว่าเป็นพระเถระที่สมถะรูปหนึ่งในคณะสงฆ์ไทย

"ท่านไม่เพียงแต่นั่งแท็กซี่เท่านั้น วินมอเตอร์ไซต์ ท่านก็นั่งมาแล้ว" ความไม่มีที่แท้ของ"สมเด็จพระสังฆราช"องค์ที่20

" ครั้งหนึ่ง ณ วัดอโศการาม ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (พระสังฆราชองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)

ครูบาเขียว วัดอโศการาม....ถาม ท่านจะไปไหน เป็นพระนั่งมอเตอร์ไซด์ไม่เหมาะ เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ.....ท่านยิ้ม แต่ไม่พูดอะไร

มอเตอร์ไซด์รับจ้างวินปากซอยวัดอโศการาม....ตอบว่า ท่านคือสมเด็จวัดราชบพิธ รถมันติดมาก ท่านจะต้องรีบมาให้ทันบรรจุสรีระสังขารของหลวงปู่ทอง จนฺทสิริ

...." สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ พระองค์ท่านเป็นพระกรรมฐานแท้ สมถะ ไม่มีรถส่วนตัว ".....

"ท่านไม่เพียงแต่นั่งแท็กซี่เท่านั้น วินมอเตอร์ไซต์ ท่านก็นั่งมาแล้ว" ความไม่มีที่แท้ของ"สมเด็จพระสังฆราช"องค์ที่20

       ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องราวของสมเด็จพระสังฆราช ที่มีผู้จารึกไว้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๕ ซึ่งแม้ขณะนี้ท่านฯ จะมีพระนามว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หากแต่สำหรับผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาต่อวัตรปฏิบัติของท่านฯก็ยังพูดต่อกล่าวขานว่า พระองค์เป็น พระชั้นผู้ใหญ่ที่มีความเป็นกันเองอย่างมาก ทั้งยังมีความสมถะเป็นที่สุด โดยเรื่องดังกล่าว เป็นเพียงหนึ่งในหลากหลายเรื่องราวที่เกี่ยวกับความสมถะของสมเด็จพระมหามุนีวงศ์เท่านั้น โดยบ่ายวันหนึ่ง ที่กุฏิเจ้าประคุณสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ หลังจากผู้ที่มาถวายสักการะท่านเจ้าประคุณสมเด็จกลับไปหมดแล้ว มีโยมท่านหนึ่งกราบเรียนถามท่านเจ้าประคุณสมเด็จว่า

 “ท่านอาจารย์ ปัจจัยมากๆ ท่านอาจารย์ใช้ปัจจัยอย่างไรครับผม?”

 

 โดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จ ก็เมตตาพูดให้ฟังว่า ปัจจัยที่เราได้มานั้น

๑.นำเข้ามูลนิธิหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ที่ท่านเป็นประธานอยู่

๒.นำไปช่วยเหลือโรงเรียนวัดราชบพิธฯ ที่ท่านเป็นประธานอยู่

๓.นำมาสงเคราะห์ให้กับพระเณร ที่อยู่ในวัดราชบพิธฯ และช่วยเหลือผู้คนที่ยากไร้

สุดท้าย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จได้กล่าวไว้ว่า.........

 

 “เราไม่มีแม้สักแดงเดียวนะ เราไม่สะสม แม้แต่เหรียญอาจารย์ฝั้นสักเหรียญเรายังไม่มี รถเราก็ไม่มี”

"ท่านไม่เพียงแต่นั่งแท็กซี่เท่านั้น วินมอเตอร์ไซต์ ท่านก็นั่งมาแล้ว" ความไม่มีที่แท้ของ"สมเด็จพระสังฆราช"องค์ที่20

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณเพจ : ต้นโพธิ์Cr.ลูกศิษย์ท่านพ่อลี ธัมมธโร วัดอโศการาม