จากดัชนีโปร่งใสที่ลดลงย้ำด้วยผลโพล แม้คนส่วนใหญ่ยังเชื่อพล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องระวัง!!

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

 

 

สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ วันนี้วันที่ 12 ก.พ. 2560 จากกรณีที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้จัดอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นประจำปี 2559 แล้วปรากฏว่าประเทศไทยได้หล่นจากอันดับที่ 76 ไปอยู่ที่อันดับ 101 ถือว่าทำให้เกิดแรงกระเพื่อม และกระทบกระเทือนต่อภาพลักษณ์ของคสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้เป็นที่ชัดเจนกันว่าภาพลักษณ์ของความสุจริตนั้น พล.อ.ประยุทธ์ นำโด่งมาโดยตลอด ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ขณะนี้รัฐบาลเองก็พยายามในการที่จะวิเคราะห์แล้วก็ควานหาข้อเท็จจริง

จากกรณีเรื่องนี้ล่ะครับ ในวันนี้ซูเปอร์โพล ก็ได้ทำการวิจัยผลโพลความคิดเห็นของประชาชนต่อเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น แล้วก็พบว่าร้อยละ 72 ได้ยินข่าวการทุจริตติดสินบนในช่วงนี้บ่อยมากถึงมากที่สุด แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 76 ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และคสช. จะเข้ามา แต่อย่างไรก็ตาม เกือบ 1 ใน 4 ถึงร้อยละ 23.5 ระบุว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ที่น่าสนใจก็คือ จำนวนมากเกือบครึ่งหรือร้อยละ 48.9 ระบุผลกระทบของข่าวทุจริตติดสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเรื่องทำลายความน่าเชื่อถือและเป็นเรื่องจริงที่ต้องเร่งสะสางให้หมดไป เป็นเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะคสช.ต้องตระหนักกับผลโพลที่เกิดขึ้น ในวันนี้จะยังยืนยันว่าไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น รัฐบาลดำเนินการไปด้วยความโปร่งใส ตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอนครับ เพราะประชาชนเชื่อมั่น

ซึ่งในโพลครั้งนี้ ก็เห็นว่าร้อยละ 63.8 เชื่อมั่นต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะคสช. ว่าสามารถเป็นผู้นำประเทศที่ดี เป็นต้นแบบของความซื่อสัตย์สุจริตได้มากถึงมากที่สุด มีเพียงร้อยละ 26.1 เท่านั้น ที่เชื่อมั่นน้อยถึงน้อยที่สุด และร้อยละ 10.1 ไม่เชื่อมั่นเลย นี่แหละครับ เมื่อเกิดข่าวทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น ปล่อยเลยไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเอาจริง เรื่องราวแบบนี้มีอยู่จริง ประชาชนเริ่มก้าวขานมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนครับ มีทั้งคนที่เป็นรมต. อยู่ในกระทรวง ทบวงกรมต่างๆ และบุคคลเหล่านี้ล้วนแต่เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ตัวนายกรัฐมนตรีอยู่ทั้งสิ้น.

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณ แฟนข่าวสนธิญาณ