- 15 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่าดีเอสไอ ได้เข้าร่วมประชุมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศของวัดพระธรรมกายและมูลนิธิต่างๆในเครือธรรมกาย เพื่อดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกาย และการนำกำลังเข้าตรวจค้นเพื่อจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เพื่อนำตัวมาส่งฟ้องในคดีร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ยังอยู่ระหว่างการประเมินความพร้อม ซึ่งวันนี้เปลว สีเงิน คอลัมนิสต์ นสพ.ไทยโพสต์ ได้เขียนบทความถึงการจะบุกวัดธรรมกายอีกครั้งโดยมีเนื้อหาทั้งหมดว่า
บุกธรรมกาย จะเจออะไร?
ดูดัชนีบ่งชี้หลายๆ ตัวแล้ว.........!อีกไม่ช้า-ไม่นาน ในความสงบเงียบของสถานการณ์บ้านเมือง น่าจะมีอะไรสนุกๆ ให้หายอาการง่วงเหงาหาวซึมกันบ้างหรอก แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร?เพียงแต่สังเกตเห็นพวก โคน เม็ด เบี้ย เขาขยับตาเดินกัน ทั้งบนจอ บนกระดาน และใต้กระดานกุกๆ กักๆ ผิดกว่าปกติ เมื่อวาน (๑๔ ก.พ.๖๐) เห็นนายกฯ ประยุทธ์ นำคณะรัฐมนตรีเข้าแสดงมุทิตาสักการะ "สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อัมพโร)" ที่วัดราชบพิธฯ
พระองค์ "ประทานพร" ให้มีสติใช่มั้ย? และยังประทานของวิเศษให้อีก ๒ อย่าง เพื่อใช้ในการบริหารราชการงานเมืองให้สำเร็จลุล่วง คือ "ต้องระมัด-ระวัง" และ "ต้องไม่ประมาท" เป็นของวิเศษมีค่ายิ่ง "สติ-ระวัง-ไม่ประมาท" ตราบใดที่นายกฯ ยังมี ๓ สิ่งนี้ครบ และใช้ตลอดเวลา ตราบนั้น หน้าไหนก็กรายกล้ำไม่ได้! ยิ่งช่วงต่อจากนี้ ...........ทั้งหลับ-ทั้งตื่น นายกฯ จะขาดตกบกพร่องอย่างใด-อย่างหนึ่งใน ๓ อย่างนั้น ไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อวานอีกเหมือนกัน ฟังข่าวว่า........."นายสมพร เทพสิทธา" สนช.และประธาน "สภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ ในพระบรมราชูปถัมภ์" จะส่งคนไปถวายหนังสือ "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ" สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะทรงเป็นประธานมหาเถรสมาคม ขอให้พิจารณา ๒ ประเด็น คือ ๑.ขอให้ทรงสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติด้านพุทธศาสนา และ ๒.ขอให้ทรงนำพระลิขิตของ "สมเด็จพระสังฆราช" พระองค์ก่อน ที่เคยมีพระลิขิตว่าพระธัมมชโยต้องปาราชิก เพื่อขอให้ "นำพระลิขิตดังกล่าวไปพิจารณา"
ซึ่งเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ "สมเด็จพระญาณสังวร" ได้มีพระลิขิตหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้รับการนำมาพิจารณาในที่ประชุม มส. ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อพระลิขิตดังกล่าว จึงอยากให้ที่ประชุม มส.นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ความย่อๆ เป็นดังนี้ ก็ไม่ทราบว่าเมื่อวาน นำหนังสือนี้ไปถวายหรือยัง? เรื่องธัมมชโยมีการกระทำเข้าข่ายปาราชิก และเรื่องพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวรนี้ นายสมพรในฐานะประธานสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ ได้ทำหน้าที่อันควรทำมาต่อเนื่องนานแล้ว ทั้งในทางคดีต่อศาล และต่อสงฆ์ในทางพระธรรมวินัย
แต่ไม่ได้รับการตอบสนองเป็นที่เบ็ดเสร็จ! มาวันนี้ เมื่อสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ ในฐานะสมเด็จพระสังฆราชทรงทำหน้าที่ประธาน มส. นายสมพรจึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ในความเห็นผม.........มส.ก็คือ ครม.สงฆ์ เรื่องธัมมชโย จะช้า-จะเร็ว ต้องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สงฆ์แน่นอนอยู่แล้ว แต่ผมว่าตอนนี้ "เร็วเกินไป" ที่ใครจะนำเรื่องนี้ไปถวายตรงต่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน ท่านเพิ่งได้รับการสถาปนาเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภานี้เอง! ช่วงนี้ ยังมีกิจที่พระองค์ต้องทรงปฏิบัติอยู่มาก อีกทั้งเป็นช่วงให้หมู่สงฆ์-หมู่ฆราวาส ได้เข้าถวายมุทิตาสักการะและรับคำพรจากองค์พระประมุขสงฆ์ผู้ประเสริฐ
อย่าเพิ่งได้ไหมครับ.....? ช้ามาเป็นสิบๆ ปี จะรออีกซักเดือน-ครึ่งเดือน ก็คงไม่ถึงกับบกพร่อง-เสียหายอะไรกระมัง?ให้เวลาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ได้มีเวลาปฏิบัติศาสนกิจไปตามลำดับก่อนเถิด อย่างน้อย ให้มีการประชุม มส.ด้วยองค์ประธานใหม่สักรอบก่อน ซึ่งอาจมีลำดับ-ขั้นตอนในส่วนงานที่ท่านต้องหารือตกลงกัน เพื่อให้งานพระศาสนาเดินหน้าอย่างเป็นระบบ จากนั้น ค่อยนำเรื่องเข้าสู่ระบบ "ตามระเบียบ-ขั้นตอน" น่าจะเหมาะสม-ถูกต้องกว่า รีบนำหนังสือ "ลัดขั้นตอน" ไปถวายสมเด็จพระสังฆราชโดยตรง อย่างที่คิดทำ
หรือทำไปแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจ? อย่าสร้างความลำบากใจให้ มส.เลย หรือทำอะไรให้คนทั่วไปมองในทาง "แตกต่าง-แตกแยก" ว่า นั้นไม่ดี-นี้ดีกว่า ขอให้เข้าใจและเปิดทางสะดวกให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคมได้ทำหน้าที่บริหารคณะสงฆ์โดยสะดวก โดยไม่มี "คนภายนอก" สร้างบรรยากาศกดดัน-บีบคั้นเถิด เอ้า...พูดชัดๆ เผื่อจะเข้าใจง่ายขึ้น......... ตอนนี้ "สังฆนายกฯ ใหม่-ครม.ชุดใหม่" โปรดสบายใจกับเนื้อนาบุญประเสริฐเถอะ ถ้าจะยื่นเรื่องดังว่านี้ ไปยื่นผ่าน "เลขาฯ ครม.สงฆ์" คือ "นายพนม ศรศิลป์" ผู้เป็น ผอ.สำนักพุทธ แล้วนายพนมจะจัดเข้าระเบียบวาระการประชุม มส.เอง ไม่ต้องเกรงหรอกว่านายพนมจะเล่นแร่-แปรธาตุ
ต้องเข้าใจคำว่า "เลขาฯ" นะครับ.........เลขาฯ ก็เหมือนเงาของนาย นายชอบแบบไหน เลขาฯ ก็จะชงให้แบบนั้น ตอนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) ทำหน้าที่ประธาน มส. นายพนม ในฐานะเลขาฯ ก็ต้องตามนั้น และตอนนี้ "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อัมพโร) เป็นประธาน มส. นายพนม ในฐานะเลขาฯ ควรทำหน้าที่อย่างไร วิญญูชนย่อมรู้ได้!
อย่างน้อย ในวัน-สองวันนี้ ที่ประชาชนหลั่งไหลเข้าถวายมุทิตาสักการะสมเด็จพระสังฆราช และสมเด็จพระสังฆราชประทานวรธรรมคติ ความตอนหนึ่งว่า "เมื่อมีสมาธิ ปัญญาจะเกิดตามมา" นายพนมที่อยู่สนองงานตลอด จะต้องได้ยินทุกครั้งที่สมเด็จพระสังฆราชตรัสบอกกับทุกหมู่-ทุกคณะที่เข้ากราบสักการะ นายพนมต้องซึมซับแน่ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า ตอนนี้ ปัญญาด้วยสัมมาสติ น่าจะเกิดแก่นายพนมแล้ว เมื่อเกิด ย่อมรู้ "อะไรควร-อะไรไม่ควร" ฉะนั้น มส.ที่มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณเป็นองค์ประธาน วางใจเถอะ นายพนมต้องทำหน้าที่เลขาฯ "อยู่ในธรรม" แน่!
ครับ....นั่นในส่วนทางสงฆ์ คราวนี้ มาคุยในส่วนทางฆราวาสบ้าง ก็เห็นข่าวแวบๆ ตำรวจ-ดีเอสไอ "ของขึ้น" เป็นพักๆ อีกแล้ว! ถ้าจับอาการไม่ผิด เตรียมบูรณาการ เข้าค้นจับธัมมชโยในอาณาจักรจานบินอีกครั้ง เมื่อก่อน พอมีข่าวจะบุกธรรมกายจับสมีโย ข่าวดังถึง CNN แต่เดี๋ยวนี้บอกว่าจะบุก-จะจับ แค่ TNN ยังเมิน แต่ทางปฏิบัติ ผมเข้าใจนะ และมองว่า ที่ดีเอสไอและตำรวจทำขึงขัง แต่แค่ "ตีปลาหน้าไซ" ที่ผ่านมาแต่ละครั้งนั้น ถูกต้องแล้ว!
ไผ่ทั้งกอ ใช้กำลังหัก นอกจากไม่หักแล้ว หน่อไม้จะตำตูดเอา ที่ดีเอสไอ-ตำรวจ ค่อยๆ ขุดหน่อไม้ไปกินบ้าง ตัดลำใหญ่ๆ ไปทำกระบอกข้าวหลามบ้าง ตัดลำเล็ก-ลำน้อย ไปซอยเป็นไม้จิ้มฟันบ้าง ตอนนี้ ไผ่กอใหญ่ เหลือแต่ตอ หน่อและลำกะหร็อม-กะแหร็ม! เรียกว่า ชาวบ้าน-ชาวเมือง "รู้เช่นเห็นชาติ" ธัมมชโย เจ้าลัทธิลวงโลกและถอยห่าง จะร้างไปในที่สุด ที่ล่อหลอกคนมา ว่าให้สวด "ธัมมจักกัปปวัตนสูตร" ๑๑ ล้านจบน่ะ เอาเข้าจริง ได้ซักกี่จบ เจ้าหัวโจก "หัวดำ-หัวเหลือง" เจอหมายจับ เผ่นแน่บ!
ถ้าตำรวจ-ดีเอสไอจะบุกเข้าไปใหม่ตอนนี้ ผมมองว่า ไม่มีปัญหา แต่เมื่อเข้าไปแล้ว จะเจอปัญหาใหญ่ คือปัญหา.....เอ๊ะ...แล้วอยู่ไหนหว่า "ธัมมชโย" น่ะ? ใครจะนอนรอให้จับให้เมื่อยตีน-เมื่อยตุ้มล่ะ ป่านนี้ไปขัดหัว-ขัดหน้า หรือเปลี่ยนทั้งหน้าอยู่ในวัด "ปราสาทพันล้าน" ที่ใช้เงินหลอกขายบุญ-ขายสวรรค์ซื้อไว้ในประเทศไหนแถวยุโรปซักแห่งก็เป็นได้ เรื่องที่ยังนอนแขวนตีนรอให้จับอยู่ในอาณาจักรจานบิน มีคน ๒ จำพวกเท่านั้นที่ยังเชื่อ คือพวกโง่กับงั่ง นอกนั้น ไม่มีใครเชื่อหรอก
เมื่อจะบุกครั้งใหม่ ก็ดีเหมือนกัน...........จะได้รู้แล้ว-รู้แรดไปซะทีว่า แนวป้องกันอาณาจักรจานบิน กับแนวป้องกันมาจิโนต์ของฝรั่งเศส ใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน? และที่สำคัญ จะได้สิ้นสงสัยซะที ว่ามนต์สมีโย ยังตรึงสาวกเป็นกำแพงมนุษย์อยู่ได้มั้ย และสำคัญสุดยอดฟักแม้ว.........."ธัมมชโย" ยังอยู่ให้จับหรือไม่ หรือเหาะขึ้นไปอยู่ดุสิตบุรีแต่ปีมะโว้แล้ว?
เนี่ย..ไม่ว่าผลของการเข้าไปค้นจับจะออกมาแบบไหน เป็นบวกกับสถานการณ์ทั้งนั้น! ถ้าอยู่ ก็จับมา ถ้าถลกสบงหนีไปแล้ว ก็จะได้ "โป้ง-ปิดบัญชี" ทั้งตัวธัมมชโยและอาณาจักรจานบิน แต่ทั้งหมด-ทั้งมวล มีเป็น "ธรณีสงฆ์" ซักกระแบะมือ แต่ที่ใช้เงินลวงโลกร่วม ๔ ล้านล้านบาท ไปซื้อที่ดิน ซื้ออาณาจักรไว้ทั่วโลก-ทั่วไทย อย่าหวังไปเอามาเป็นศาสนสมบัติเลย เพราะเฮียโยแกซื้อในนามมูลนิธิบ้าง โยมนั่น-สีกานี่บ้าง! คิดๆ แล้ว พูดได้คำเดียวว่า...ตะลึง จะไม่ตะลึงไงไหว ก็ในโลกนี้ มีประเทศไหนรวยเท่าประเทศไทยบ้างล่ะ สมีโยลวงโลกเอาไปร่วม ๔ ล้านล้าน
นักการเมืองคอร์รัปชัน โกงบ้าน-กินเมือง รวมๆ กันแต่ละยุค เอาไปไม่เป็นพันล้านล้านรึนั่น ถึงขนาดนั้น.......ประเทศไทย-คนไทย ยังรวยกันหูตูบ ในจำนวน ๑๘๗ ประเทศ ไทยอู้ฟู่ มี "เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ" ร่วม ๒ แสนล้านดอลลาร์ ร่ำรวยลำดับที่ ๑๓ ของโลก! นี่ถ้าไม่โกง ไม่ยอมให้พวกลวงโลกหลอกแดก ประเทศไทย-คนไทยเรา จะร่ำรวยเงินทองกันขนาดไหน?
เอาล่ะ...ถ้ามีสติ-มีสมาธิ ปัญญาย่อมเกิดตามมา จะตรองเห็นปัญหาตรงนี้ ก็ค่อยๆ แก้กันไป แต่อย่าลืมธรรมภาษิตในรัชกาลที่ ๕ ที่ "สมเด็จพระสังฆราช" ทรงนำมาย้ำนัก-ย้ำหนา กับทุกคนก็แล้วกัน
"สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา"
ความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญวัฒนาถาวรให้สำเร็จ
เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์
