ผิดระดับนี้ลงโทษช้าไปป่ะ!!"สุภัฒ"อุบปากเงียบรับข้อกล่าวหา"ผิดวินัยร้ายแรง"ฉกภาพในญี่ปุ่น คกก.สอบยืดให้แจงถึง20ก.พ.เปิดช่องนำความดีหักลดโทษ?

ติดตามรายละเอียด http://www.tnews.co.th

จากกรณี นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ก่อเหตุขโมยภาพเขียน ในโรงแรมที่พักแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น 

 

 

 

 

ผิดระดับนี้ลงโทษช้าไปป่ะ!!"สุภัฒ"อุบปากเงียบรับข้อกล่าวหา"ผิดวินัยร้ายแรง"ฉกภาพในญี่ปุ่น คกก.สอบยืดให้แจงถึง20ก.พ.เปิดช่องนำความดีหักลดโทษ?

 

โดยในเวลาต่อมา กระทรวงพาณิชย์สั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัย โดยมี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมพิจารณาความผิดทางวินัย และเรียกให้นายสุภัฒ มารับทรสบข้อกล่าวหาในวันที่ 15 ก.พ.2560

 

ล่าสุด นายสุภัฒ ได้เดินทางมาที่ห้องประชุม ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 กระทรวงยุติธรรม โดยมี พ.ต.อ.ดุษฎี และคณะกรรมการจากกระทรวงพาณิชย์ท่านอื่นๆ นั่งรออยู่ในห้องประชุมอยู่แล้ว 

 

 

 

ผิดระดับนี้ลงโทษช้าไปป่ะ!!"สุภัฒ"อุบปากเงียบรับข้อกล่าวหา"ผิดวินัยร้ายแรง"ฉกภาพในญี่ปุ่น คกก.สอบยืดให้แจงถึง20ก.พ.เปิดช่องนำความดีหักลดโทษ?

 

 

 

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า วันนี้คณะกรรมแจ้งให้นายสุภัฒมารับทราบข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งคณะกรรมให้ตัวท่านทำเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นลายลักษณ์อักษร มาให้คณะกรรมการภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้ โดยสามารถมาส่วเอกสารเองหรือให้ตัวแทนมาส่งเอกสารให้ทางเลขาฯคณะกรรมการก็ได้ หลังจากได้เอกสารชี้แจงแล้วคณะกรรมการจะพิจารณา ก่อนสรุปไม่เกินต้นเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งเราก็ต้องให้ความเป็นธรรมให้นายสุภัฒในการชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย

 

 

"ในการพิจารณาคดีผิดวินัยร้ายแรงของนายสุภัฒนั้น จะนำกรณีตัวอย่างที่ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์เคยกระทำผิด ที่ต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ใาเทียบเคียง ใช้เป็นบรรทัดฐานในการำจารณคดี โดยต้องดูว่ากระทบชื่อเสียงกระทรวงมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งต้องพิจารณาคุณงามความีที่ท่านได้เคยสั่งสมมาร่วมพิจารณาด้วย เบื้องต้น ในการตัดสินผิดวินัยจะมี 1.โทษเบาสุดคือปลดออก 2.และหนักสุดไล่ออกจากราชการ หลังจากนั้นคณะกรรมการพิจารณาจะนำผลทั้งหมด ส่งให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรงพาณิชย์ (อ.ก.พ.) ให้พิจารณาอีกครั้งตามขั้นตอนต่อไป" 

 

ทั้งนี้ หลังจากใช้เวลาในการเซ็นเอกสารรับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายสุภัฒได้รีบเดินออกจากห้องประชุมทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อ 

 

ก่อนหน้านั้น นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถูกทางการญี่ปุ่นจับกุมในข้อหาขโมยภาพวาด 3 ภาพ โรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นนั้น และได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงดังกล่าว

 

นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ส่งอีเมล์กระจายถึงสื่อมวลชนทุกสำนัก ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และวิทยุ เพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดของตนเอง โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ มีใจความว่า...

 

"เรียนท่านสื่อมวลชนที่เคารพ

 

     ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าทางการญี่ปุ่นจับข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ตำแหน่งรองอธิบดี ในข้อหาลักทรัพย์อันเป็นภาพเขียนจำนวน 3 ภาพ จากโรงแรมที่พัก ซึ่งต่อมาได้มีการชดใช้ค่าเสียและขออภัยต่อทางโรงแรม โดยทางโรงแรมมิได้ติดใจเอาความ พนักงานอัยการแห่งนครเกียวโตจึงได้ยุติคดีและปล่อยตัวแล้วนั้น

 

     กระผม นายสุภัฒ สงวนดีกุล ตำแหน่งรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ บุคคลตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าว กระผมรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ที่ข่าวดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ต่อกระทรวงพาณิชย์ และต่อประชาชนคนไทย รวมถึงประเทศไทย ในชั้นนี้ กระผมจึงใคร่ขอโทษต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารราชการ เพื่อนข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ทุกท่าน และสำคัญที่สุด ต่อประชาชนชาวไทย

 

     กระผมขอชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอย้ำว่า ไม่มีเจตนาเพื่อการแก้ตัว เมื่อกระทำผิด ก็ขอยอมรับผิด เพียงขอโอกาสชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนดังกล่าว เมื่อเสร็จภารกิจในการเดินทางไปราชการที่ประเทศญี่ปุ่น กระผมได้มีโอกาสสังสรรค์กับเพื่อนชาวญี่ปุ่น ที่เป็นเพื่อนสมัยที่ผมไปศึกษาที่ญี่ปุ่น ได้สนุกสนานกันเต็มที่ จนเผลอตัวดื่มสุรามากเกินไป เป็นเหตุให้เมามายจนขาดสติโดยไม่รู้ตัว และกระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

 

     ตลอดระยะเวลา 33 ปี ที่กระผมรับราชการในกระทรวงพาณิชย์ ทั้งตำแหน่งในประเทศและต่างประเทศ ได้ทุ่มเทต่อการทำงานอย่างเต็มที่ ไม่เคยมีประวัติที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียต่อทางราชการเลย กระผมมุ่งมั่นตั้งใจที่อยู่รับราชการจนเกษียณอายุในกระทรวงที่ตนรัก อันเป็นจุดมุ่งหมายของข้าราชการเกือบทุกคน แต่เมื่อมีเหตุที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียดังกล่าว กระผมย่อมต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนตามแนวทางความคิดปกติในสังคมญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่กระผมได้เติบโตเล่าเรียนมาว่าการลาออกจากตำแหน่งหน้าที่เป็นการแสดงความรับผิดชอบที่พึ่งปฏิบัติ ดังนั้น กระผมขอแสดงเจตจำนงผ่านคำแถลงนี้ว่าจะขอลาออกจากตำแหน่งราชการ โดยจะยื่นใบลาออกให้ถูกต้องเป็นทางการต่อไป

 

     และจากการที่รับราชการมาจนถึงปัจจุบัน กระผมทราบดีว่า การลาออกจากราชการมิได้ทำให้จะสามารถหลีกเลี่ยงกระบวนการตามระเบียบราชการได้ และเมื่อมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริง รวมทั้งหากต้องมีการดำเนินการทางวินัย กระผมก็น้อมรับและยินดีให้ความร่วมมือให้ข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่

 

     ท้ายที่สุด กระผมขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาและเพื่อนข้าราชการที่เข้าใจและให้กำลังใจต่อกระผม ตลอดจนกระทรวงการต่างประเทศที่กรุณาดำเนินการช่วยเหลือ ประสานงานต่อทางการญี่ปุ่น และขอบคุณเจ้าของโรงแรมที่เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ติดใจเอาความ

 

     กระผมหวังว่า ท่านทั้งหลายจะเข้าใจและให้อภัยกระผมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้"

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : นิตติยา  สำนักข่าวทีนิวส์