- 19 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
สำหรับความคืบหน้ากระบวนการยึดทรัพย์ในคดีโครงการรับจำนำข้าวทั้งกับกรณี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะ มีความคืบหน้า และรุกคืบไปตามลำดับ
แม้ก่อนหน้านี้น.ส.ยิ่งลักษณ์จะออกมาโวยผ่านเฟสบุ้คว่าเธอกำลังถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่เห็นด้วยที่จะมีการอายัดทรัพย์ก่อนที่ศาลปกครองจะวินิจฉัยคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว และก่อนมีคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตาม แต่นาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีชี้แจงกลับแบบตรงไปตรงมาว่า
ทั้งหมดถือเป็นทัศนะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ในแง่ของกฎหมายถือว่ากระบวนการเสร็จเรียบร้อยแล้วตามกฎหมายวิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง และ พ.ร.บ ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ และขณะเดียวกันในทางกฎหมายไม่จำเป็นต้องรอคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และล่าสุดนาย วิษณุเปิดเผยว่า กระบวนการได้เข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดีเพื่อให้จ่ายเงินชดเชยแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการยึดทรัพย์ก็เพราะเรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ และ กรมบังคับคดีที่มีขั้นตอนคือจะต้องมีการชี้เป้ากับทรัพย์สินที่จะเข้าไปยึดก่อนเข้าสู่กระบวนการยึดอายัด และเมื่อไม่กี่วันมานี้มีข่าวว่าทางกรมการค้าต่างประเทศได้เริ่มส่งเอกสารบางส่วนให้กรมบังคับคดีแล้ว
ซึ่งตามขั้นตอนจากนี้กรมการค้าต่างประเทศจะได้ทำการตรวจสอบเอกสาร และทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ยึดอายัดทรัพย์ไว้ แล้วจึงจะดำเนินการขายทอดตลาดต่อไป และทั้งหมดก็เป็นการบอกได้ชัดเจนว่ารัฐบาลกำลังลุย และเดินหน้าเต็มที่ในกระบวนการยึดทรัพย์ที่สามารถดำเนินการได้โดยมีระยะเวลาทั้งสิ้น10ปีเพื่อเร่งปิดคดีกับกลุ่มบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีโครงการรับจำนำข้าวที่ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมหาศาลนี้ และคดีๆนี้นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ ก็เคยประกาศไว้ชัดเจนตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศว่า เรื่องนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคงอีกไม่นานเกินรอ
เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์
