โชคดีที่เกิดเป็นคนไทย!!! "ประวิตร" เชื่อด้วยบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9 จะยุติความขัดแย้งได้

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดหลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง รุ่นที่1 โดยมี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการสูงสุด พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพไทย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวตอนหนึ่งว่า หลักสูตรผู้นำพอเพียง เพื่อความมั่นคง จะเป็นประโยชน์ ในการสร้างพลเมือง และผู้นำที่สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินมหาทรภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานยุทธศาสตร์พัฒนาในการต่อสู้กับความยากจน ทรงมีวิริยะ อุตสาหะ อุทิศพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดปัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหลักการทรงงาน พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพสกนิกรชาวไทยและเป็นที่ยอมรับของโลก
          พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า หลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคงนอกจากเป็นการสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่ดี และเป็นผู้นำของสังคมยุคใหม่แล้ว ยังเป็นการดำรงสืบทอดทรัพย์สินทางปัญญาและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ในห้วงเวลานี้ ซึ่งขณะนี้เรามีผู้นำ ที่เพียงพอแล้ว แต่ผู้นำยังไม่มีความพอเพียง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมิน มหาภูมิพลอดุลยเดช ทำให้พวกเราได้เห็น

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า โดยในห้วงระยะเวลา เกือบ 3 ปีถือเป็นเวลาที่สำคัญยิ่ง หลังจากที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามายุติความขัดแย้ง เพื่อให้ประเทศเกิดความสงบและเดินไปข้างหน้า ถือเป็นยุคเปลี่ยนผ่านและเราก็ผ่านพ้นมา ถือเป็นความสำคัญ ในรัชกาลที่ 9 ต่อมาจนถึงรัชกาลที่ 10 จะเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในเรื่องของงานด้านความมั่นคงที่ทุกคนได้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทหารตำรวจข้าราชการพลเรือน ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมที่ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าไปสู่ความมั่นคง
          พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่เราทำแบบนี้ได้เพราะด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ทรงงาน ตลอดระยะเวลา 70 ปี ซึ่งเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าความพอเพียงที่พระองค์ท่านได้ทรงทำ ได้ทรงปฏิบัติมานั้น ได้เข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกประชาชน และประชาชนได้ให้ความเคารพ เชื่อมั่นในพระบารมีของพระองค์ท่าน ที่ทำให้ประเทศนี้เจริญรุ่งเรืองมาได้ตลอดระยะเวลา 70 ปี

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถึงแม้ว่าในห้วงระยะเวลา จะเป็นห้วงที่ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้ปรับทั้ง ยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปประเทศ แต่สิ่งที่เราดำเนินการอยู่ในขณะนี้ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า เมื่อ คสช.เข้าไปยุติความขัดแย้งแล้ว ต่อไปเราจะทำอย่างไร นอกจากการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้ นั่นก็คือการสร้างความปรองดอง ที่จะเกิดขึ้นภายในชาติ แต่การปรองดองไม่ใช่เรากอดคอมานั่งกินข้าวกัน จะต้องเป็นการปรองดอง ที่ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และมองไปถึงยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้าว่าประเทศจะต้องเดินอย่างไร ที่ทำให้ประชาชนเกิดความมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนต่อไป

 

เรียบเรียงโดย บุญชัย ธนะไพรินทร์