พรรคใหญ่เดินหน้าปรองดองกับคสช.แต่เงื่อนไขมากมายจะได้ข้อสรุปอย่างไร?

ติดตามรายละเอียด http://www.tnews.co.th/

สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ วันนี้วันที่ 21 ก.พ. 2560 ความพยายามการเดินหน้าปรองดองของคสช.และรัฐบาล น่ากลัวว่าจะต้องเป็นความพยายามกันต่อไป ซึ่งทางด้านการปฏิบัติจริงในขณะนี้พรรคการเมืองต่างๆ ได้เดินทางทยอยมาให้ความเห็นตอบคำถาม 10 ข้อที่ตั้งไป รวมถึงพรรคใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำทีมมาเอง พร้อมด้วยขุนพลอย่างพร้อม

พรรคใหญ่เดินหน้าปรองดองกับคสช.แต่เงื่อนไขมากมายจะได้ข้อสรุปอย่างไร?

 

 

ที่น่าสนใจ คือนายสาธิต วงศ์หนองเตย เพราะเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายสาธิตเป็นแกนนำ กปปส. มานี่จะมีความหมายอย่างไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ยืนยันชัดเจนว่านายสาธิต มาในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนตัดขาดจากกปปส.แล้วหรือไม่นั้น ไม่อาจรับรู้ได้

พรรคใหญ่เดินหน้าปรองดองกับคสช.แต่เงื่อนไขมากมายจะได้ข้อสรุปอย่างไร?

 

 

ก็เหมือนเป็นที่รับรู้มาตั้งแต่ต้นล่ะครับว่าการเข้าไปเคลื่อนไหวในกปปส.ของนายสาธิต วงศ์หนองเตยนั้นไม่ได้ เพราะเป็นคนสนิทของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่เป็นคนสนิทของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาตั้งแต่ต้น มาวันนี้เส้นทางของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ดูเหมือนจะเดินคนละทาง ก็ชัดเจนในการเลือกทางเดินของนายสาธิต วงศ์หนองเตย ส่วนทางด้านพรรคเพื่อไทย ก็จะเข้าให้ความเห็นในวันที่ 8 มี.ค. 2560 ยังเป็นเหมือนเดิม ยังมีเงื่อนไขและเงื่อนไขที่สำคัญก็คือ การไม่ยอมรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งถือว่าผิดหลักการของพรรคเพื่อไทย ที่คสช.จะมาผูกมัดรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งในอนาคต รวมถึงเรื่องไม่เห็นด้วยกับคสช. จะมาตั้งแง่ไม่ให้พูดเรื่องพรบ.นิรโทษกรรม ซึ่งเอาแค่ 2 เรื่องนี้ เรื่องก็น่าจะหาผลสรุปได้ยาก

 

 

พรรคใหญ่เดินหน้าปรองดองกับคสช.แต่เงื่อนไขมากมายจะได้ข้อสรุปอย่างไร?

 

 

หลังจากนั้น คสช. ก็คงต้องเชิญกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ นปช. ยืนยันว่าได้รับเชิญแล้ว แต่ทางด้าน กปปส. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ได้ยืนยันว่ายังไม่ได้รับเชิญแต่อย่างใด ซึ่งท้ายสุดก็ต้องเชิญ ข้อสรุปของการปรองดองภายใต้แผนงานที่คสช.และรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วางไว้ แน่นอนครับ ว่าเดินหน้า แต่ส่วนจะมีข้อสรุปหรือไม่นั้น น่าจะฟันธงไปได้เลยว่าจะสรุปได้เพียงบางส่วนหรือบางคำถามที่ตั้งขึ้น แต่มันไม่ใช่ทิศทางการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง เพราะเวลาที่มันเกิดเหตุความขัดแย้ง หรือสิ่งที่นำพาไปสู่ความรุนแรงในสังคมนั้น มันเป็นเงื่อนไขที่มาจากนักการเมืองที่เข้าไปบริหารประเทศ แล้วไม่อยู่กับร่องกับรอย ทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงการใช้อำนาจเกินขอบเขต อีกฟากฝั่งหนึ่งก็ไปใช้สื่อ ซึ่งในโลกยุคใหม่ก็สามารถใช้สื่อได้อย่างเต็มที่ในการสร้างกระแสปลุกปั่น ท้ายสุดก็นำพาซึ่งความขัดแย้งและรุนแรง

 

 

พรรคใหญ่เดินหน้าปรองดองกับคสช.แต่เงื่อนไขมากมายจะได้ข้อสรุปอย่างไร?

 

 

ดังนั้น แนวทางการปรองดองที่แท้จริงก็คือแนวทางพล.อ.ประยุทธ์ เดินอยู่แล้ว คือการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังกับทุกฝ่ายโดยมีผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ท้ายที่สุดสังคมก็จะตอบคำถามด้วยตัวของสังคมเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาดำเนินการหรือจัดการ สังคมไทยก็ยืนยาวมาได้นับตั้งแต่บรรพบุรุษจนมาถึงยุคปัจจุบัน.

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณ แฟนข่าวสนธิญาณ