ลุ้นระทึก..กม.กับกฎหมู่ใครเหนือกว่า ?? พรุ่งนี้ (22 ก.พ.) ดีเอสไอร่วมเจ้าคณะจังหวัดปทุมฯเจรจาวัดธรรมกายอีกรอบ ขีดเส้นตายต้องยุติใน10 โมง ??

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

กลายเป็นกรณีที่ยืดเยื้อมานานร่วมสัปดาห์สำหรับการบังคับใช้คำสั่งคสช.ตามมาตรา 44 ในการเข้าควบคุมพื้นที่วัดธรรมกาย  ติดตามจับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาคดีอาญาตามหมายจับ  แต่กลับถูกต่อต้านอย่างหนักจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติการได้สำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะการเข้าตรวจค้นภายในวัดธรรมกายทุกจุดที่คาดว่าเป็นจุดซุกซ่อนตัวของพระธัมมชโย

ล่าสุด  พ.ต.อ. ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ  เปิดแถลงข่าวการปฏิบัติงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ภาค 1 อีกครั้งถึงขั้นตอนปฏิบัติที่ดูเหมือนว่าจะเกิดอุปสรรคในทุกระดับ ไม่นับรวมถึงการบิดเบือนข่าวสารของเครือข่ายวัดธรรมกาย ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐกลายเป็นผู้กระทำความรุนแรงต่อพระสงฆ์และลูกศิษย์  ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีคลิปภาพชัดเจนว่าหลายกรณีเหตุการณ์เกิดขึ้นจากการกระทำของลูกศิษย์และคณะสงฆ์วัดธรรมกายที่ต้องกดดันให้เจ้าหน้าที่พ้นจากบริเวณโดยรอบวัดธรรมกาย

 

“พรุ่งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ  เจ้าคณะจังหวัดเจรจาพูดคุยกับทางวัดพระธรรมกายอีกครั้งในเวลา 09.00 น. และจะต้องได้ข้อยุติในเวลา 10.00 น.  เรียกได้ว่าดีเอสไอจะขีดเส้นตายให้วัดพระธรรมกายในเวลา 10.00 น. หากไม่ได้ข้อยุติจะปรับเปลี่ยนแผนและยกระดับการปฏิบัติงานต่อไป”

 

นอกจากนี้ พ.ต.อ. ทรงศักดิ์  ยังให้ข้อมูลว่า   จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ทหาร พบว่ามีศิษยานุศิษย์เดินทางออกจากวัดพระธรรมกายแล้วกว่า 900 คน   ส่วนศิษยานุศิษย์ที่อยู่ภายในวัดมีประมาณ 2,000 คน   โดยใช้การเข้า-ออกในหลายช่องทาง  โดยการทุบและปีนกำแพงวัดธรรมกาย  ซึ่งต้องยอมรับว่าด้วยอาณาเขตวัดพระธรรมกายซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง  จึงไม่สามารถเฝ้าระวังไปทั้งหมด ทำให้มีการลักลอบเข้าไปได้

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะไม่มีการดำเนินคดีกับศิษยานุศิษย์ที่เดินทางออกวัดพระธรรมกาย เพราะไม่มีความจำเป็น  ส่วนการเข้าตรวจค้นพื้นที่โซนเอและโซนบีอีกรอบ ก็มีเป้าหมายเพื่อตรวจค้นให้หายเคลือบแคลงสงสัย  ตามกรอบอำนาจตามมาตรา 44   ในการตรวจค้นหาตัวพระธัมมชโย

        

ทางด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ระบุว่า ขณะนี้ทางตำรวจดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายจำนวน 313 คดี เป็นคดีเก่าก่อนการประกาศใช้อำนาจตามมาตรา 44 จำนวน 308 คดี และมีคดีที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ 5 คดี ได้แก่ ความผิดตามพ.ร.บ. น้ำบาดาล, พ.ร.บ. รวบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีการตรวจพบน้ำมันกว่าแสนลิตรภายในวัด, ความผิดฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพรักงานหญิงของดีเอสไอ, การตรวจพบอาวุธปืน และสุดท้ายคือทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนของ สภ. สมุทรปราการ 3 คน

 

เรียบเรียง  :  มนันยา  สำนักข่าวทีนิวส์