ถลกถึง"นายหญิง"!ชำแหละ"พล.ต.ต.รุ่งโรจน์"ที่พกอาวุธ-เสื้อเกราะเข้าธรรมกาย ที่แท้อดีตผู้สมัครส.ส.เพื่อไทย ยุค"นารีปู"แก๊งเดียวกับเจ้าคุณประสาร

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

ถึงบางอ้อ...สิ้นข้อสงสัย!! ชำแหละ"พล.ต.ต.รุ่งโรจน์" อดีต ผบก.จว.อยุธยา ที่ถูกรวบเหตุพกอาวุธ-เสื้อเกราะเข้าธรรมกายเมื่อ 2-3 วันก่อน ที่แท้คือหนึ่งในอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย ยุคเลือกตั้งใหญ่หลังเผาบ้านเผาเมืองเมื่อปี 53 รอบที่ทำให้ "นารีปู" นั่งแท่นนายกฯ นั่นเอง แถมยังเคยนั่งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎรเสียด้วย 

 

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กรณีวัดพระธรรมกายฝ่ายการเมืองขั้วตรงข้ามกับรัฐบาล คสช. โดดลงมาเล่นเกือบจะเต็มตัวแล้ว เรื่องนี้สะท้อนชัดจากการที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายต่อหลายรายออกมาป้องสำนักจานบิน ล่าสุดนายวัฒนา เมืองสุข ก็ถูก คสช. เรียกคุยจากการวิจารณ์เรื่องนี้แบบมดเท็จ หรือแม้แต่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งเป็นทั้งสมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำแดงตัวเอ๋ก็ออกมาพูดเรื่องนี้เช่นกัน...ทำนอง คสช. ต้องเคารพ "คนของธรรมกาย" บ้าง...อะไรทำนองนั้น 

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ 2-3 วันก่อน ก็มีข่าวสำคัญชิ้นหนึ่งที่ถือเป็นจิ๊กซอว์ของเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี นั่นคือการรวบ "พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ เภกะนันท์" อดีต ผบก.จว.อยุธยา อายุ 73 ปี ที่พกอาวุธ และเสื้อเกราะเข้าพื้นที่วัดธรรมกาย จากข้อมูลยืนยันว่า พล.ต.ต.รุ่งโรจน์เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 1 พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 เที่ยวเดียวกับที่ทำให้ "นารีปู" นั่งแท่นนายกฯ นั่นเอง โดยแพ้ให้นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ จากพรรคประชาธิปัตย์ 

 

นอกจากนี้ ยังเคยเป็นอดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร โดยบทบาทล่าสุดเป็นนายกสมาคมสันติสุขโลกที่เดินทางไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อขอให้ระบุให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องเดียวกับกลุ่มเจ้าคุณประสาร ที่มักออกมาขย่มรัฐบาลอยู่เนือง ๆ อีกด้วย

ขณะที่ทาง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และรองโฆษกดีเอสไอกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้ส่งตัวไปดำเนินคดีเกี่ยวกับพระราชบัญญัติยุทธภัณฑ์ที่ สภ.คลองหลวง ซึ่งก่อนจับกุมเมื่อช่วงบ่าย ฝ่ายข่าวได้บันทึกภาพของ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์มาที่บริเวณที่ชุมนุมและมีการถือป้ายโชว์ ก่อนจะมาพบอีกครั้งช่วงค่ำ จึงเป็นที่มาของการดำเนินการจับกุมเพราะพฤติการณ์ค่อนข้างชัดเจน


 

ว่าไปแล้ว...จนถึงขณะนี้ดูเหมือนจะชัดเจนแล้วว่า ม็อบจีวรธรรมกายกับ "ม็อบแดงบางปีก" กับ "เพื่อไทยบางกลุ่ม" ได้เชื่อมประสานกันเพื่อตีโต้รัฐบาลเรื่องนี้แล้ว เรื่องนี้สะท้อนผ่านยุทธศาสตร์การตีโต้ที่ฝั่งธรรมกายใช้นั้น...แทบจะเป็นยุทธการเดียวกับที่ฝั่งเสื้อแดงใช้เมื่อปี 53 ไม่มีผิด...นั่นคือใช้...กำแพงมนุษย์เป็นโล่กำบัง...และสร้างประเด็นข่าวเท็จ เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล...หวังให้สังคมไขว้เขวชิงชิง คสช. ว่ารังแกพระ...ซึ่งว่าไปแล้วเรื่องนี้ไม่มีอะไรใหม่...เพราะคนไทยรู้ทันหมดแล้ว

 

อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews