- 02 มี.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://www.tnews.co.th/
จากกรณีพระสงฆ์และบรรดาศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย รวมตัวกันประท้วงขอให้ยกเลิก ม.44 บริเวณตลาดกลางคลองหลวง ฝั่งตรงข้ามประตู 5-6 ของวัดพระธรรมกาย ต่อมา นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช ปลัดจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายศิริชัย ไตรสารศรี นายอำเภอคลองหลวง พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพทิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.จีรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง และ สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าเจรจากับพระสงฆ์และมวลชนวัดพระธรรม ที่มาชุมนุมภายในตลาดกลางคลองหลวงเพื่อขอให้ออกจากพื้นที่ตลาดดังกล่าว เนื่องจากเจ้าของตลาดไม่ยินยอมให้ใช้สถานที่ในการชุมนุม
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (1 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ได้นำป้ายประกาศมีข้อความ พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลไม่อนุญาตให้ประกอบกิจกรรมชุมนุม จึงขอความกรุณา พระ ภิกษุสงฆ์ สามเณร และผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่บริวณนี้โดยเร็ว เพื่อจะได้ประกอบกิจการ การค้า ตามปกติต่อไป หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินดำเนินคดีฐานบุกรุก ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 364 และมาตรา 365 โดยป้ายดังกลาวติดตั้งอยู่บริเวณ ด้านหน้าทางเข้าออก ของตลาดกลางคลองหลวง ทั้ง 3 จุด
ล่าสุด กับกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ได้ออกมาโพสต์ให้ความเห็นถึงประเด็นทางกฎหมายของบรรดาศิษยานุศิษย์และพระสงฆ์เข้าชุมนุมในพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงโดยเจ้าของตลาดไม่ยินยอม ผ่านเฟซบุ๊ก "Chuchart Srisaeng" โดยระบุข้อความว่า...
".....ตลาดกลางคลองหลวงเป็นที่ดินของเอกชนซึ่งผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินย่อมมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖
.....การที่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งทั้งผู้โกนผมห่มผ้าเหลืองและแต่งกายตามปกติเข้าไปชุมนุมอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าวโดยเจ้าของที่ดินไม่ยินยอมและมีเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งออกไปจากที่ดิน แต่บุคคลเหล่านั้นก็ไม่ยอมออกยังคงนั่งนอนชุมนุมอยู่ในที่ดินตลอดมาจนถึงขณะนี้
.....การกระทำดังกล่าวเป็นการรบกวนการครองอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าของที่ดินโดยปกติสุข ย่อมมีความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒
.....ทั้งการกระทำดังกล่าวมีผู้ร่วมการกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปและในเวลากลางคืนด้วย จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๒) และ (๓) มีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามมาตรานี้เป็นความผิดอันยอมความไม่ได้หรือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ครับ
***ขอบอกให้ผู้ยึดถือพระธัมมชโยเป็นสรณะทราบว่า ผมซึ่งยึดถือพระพุทธเจ้าเป็นสรณะไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับท่านหรือว่าอะไรท่านเลย ผมจะพูดถึงเฉพาะผู้ที่กระทำผิดกฎหมายเท่านั้น ท่านไม่ต้องเข้ามาเขียนด่าว่าผมต่างๆ นาๆ เพราะไม่มีผลอะไร ผมจะเป็นคนประเภทไหนอย่างไรก็เป็นโดยตัวของผมเองไม่ได้เป็นตามคำที่ท่านด่า ผมจึงไม่เดือดร้อนอะไร ท่านเสียเวลาเขียนโดยไร้ประโยชน์ เขียนมาก็ลบทิ้ง เมื่อมีศาสดากันคนละองค์ก็ต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะ***"
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ เฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng
