- 03 มี.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://www.tnews.co.th
เป็นอีกครั้งที่ ผบ.ทบ. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกรณีปัญหาวัดพระธรรมกายที่ตั้งป้อมขัดขวางโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปตรวจค้น จับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับ มาตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. เรื่อยมาจนถึงวันนี้ ก็ 16 วันแล้ว
จากคำให้สัมภาษณ์ของผบ.ทบ.ก็ถือว่าตรงและเจ็บจี๊ดไปที่คนต้นเรื่องอย่างพระธัมมชโยเป็นที่สุด ว่า เพราะคนๆ เดียวแท้ๆ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ในทุกวันนี้ ปัญหาทั้งหมดที่เกิดต้องแก้ที่ต้นเหตุ และจบที่คนๆ เดียว แค่พระธัมมชโยก้าวออกมาทุกอย่างก็จบ
เพราะการบังคับใช้กฎหมายถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นมาตรฐานในทุกพื้นที่ ถ้ารัฐไม่สามารถใช้กฎหมายได้ ก็อยู่กันลำบาก และผบ.ทบ.ยังกล่าวอีกว่า ตนไม่ต้องการเห็นคน3-4,000คนต้องมาทนทุกข์ทรมานเพียงเพราะคนๆ เดียว แม้จะบอกว่าทุกคนคือ ทั้งลูกศิษย์ พระ เณร จะบอกว่าเต็มใจก็ตาม แต่ ผบ.ทบ.คิดว่า พระธัมมชโยในฐานะผู้นำวัดพระธรรมกาย เคยเทศน์ เคยสั่งสอนคนอื่นมา น่าจะมีจิตสำนึก ยอมเสียสละเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเสียที และผบ.ทบ.ยังขอร้องอีกด้วยว่า ขอให้พระธัมมชโยเสียสละ อย่าได้เอาความทุกข์ยากของประชาชน มากดดันรัฐบาล คือถ้าคนๆ เดียวเสียสละทุกอย่างก็จบ อย่าได้มัวแต่นั่งเสวยสุขอยู่แบบนี้ ทุกคนกำลังมีความทุกข์ในใจเกือบหมื่นคน แต่คนๆ เดียว กลับกำลังมีความสุข
เพราะฉะนั้นผบ.ทบ.ขอถามไปที่พระธัมมชโยว่าจะเอาอย่างไรต่อไป และจากคำให้สัมภาษณ์ของผบ.ทบ.เชื่อแน่ว่าหลายคนเห็นด้วยกับคำพูดๆนี้ และที่สำคัญยังทำให้หลายคนอดคิดไปถึงนักการเมืองใหญ่บางคนไม่ได้ ที่มีพฤติกรรมไม่ได้แตกต่างไปจากที่เป็นอยู่ในขณะนี้เลย
นั่นก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างการชุมนุมทางการเมืองในปี2553 ที่มีบุคคลคนหนึ่งประกาศว่า วันใดที่เสียงปืนแตก ผมจะกลับมานำทัพพี่น้องด้วยตัวผมเอง และคำพูดๆนี้ก็ทำให้มวลชนฮึกเหิมและมีกำลังใจ แต่ในที่สุดก็ไม่มีแม้แต่เงาของนักการเมืองใหญ่รายนี้ คงเป็นแค่เพียงลมปากที่พัดผ่านไป ปล่อยให้ประชาชนต้องต่อสู้บาดเจ็บ และล้มตายเป็นจำนวนมาก เพียงเพื่อจะก้าวเข้าสู่อำนาจ และปกป้องตนเอง และวงศ์ตระกูลเท่านั้น
และประวัติศาสตร์ในวันนั้นจะหวนกลับคืนมาอีกหรือไม่ในวันนี้ก็คงขึ้นอยู่กับ พระธัมมชโยเท่านั้นว่าจะมีจิตสำนึก และจิตใจที่เสียสละแค่ไหน หรือจะต้องทำให้ทุกฝ่าย ต้องบาดเจ็บ ล้มตายเพื่อพระธัมมชโยต่อไปอีกเท่าไหร่ จึงจะจบ
เรียบเรียง : นิตติยา สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณที่มา : แฟนข่าวทีนิวส์กับบุญระดม
