เมื่อเจ้าลัทธิไร้สมณศักดิ์!! เปิดพ.ร.บ.สงฆ์ว่ากันด้วยหลักกม.โลกธรรม ทำได้แค่ไหน ใครเกี่ยวข้องชี้ชะตาสถานภาพ "ธัมมชโย"เป็นพระต่อไปได้หรือไม่?

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

เกาะติดต่อเนื่องกับแต่ละประเด็นคืบหน้าภายหลังจากมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอน พระเทพญาณมหามุนี (พระไชยบูลย์ สุทธิผล) ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ 4  มีนาคม 2560  ลำดับความต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้างตามประมวลกฎหมายทางสงฆ์ เมื่อเทียบเคียงกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของพระธัมมชโย หรือ พระไชยบูลย์ สุทธิผล

 

เมื่อเจ้าลัทธิไร้สมณศักดิ์!! เปิดพ.ร.บ.สงฆ์ว่ากันด้วยหลักกม.โลกธรรม ทำได้แค่ไหน ใครเกี่ยวข้องชี้ชะตาสถานภาพ "ธัมมชโย"เป็นพระต่อไปได้หรือไม่?

 

 

โดยก่อนหน้านั้น นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้แสดงความเห็นไว้หลายประการ หนึ่งในนั้นคือมุมมองเรื่องสถานะของพระธัมมชโย ตามข้อความว่า “ เรื่องการสึกหรือให้พ้นจากสมณเพศก็เป็นอำนาจ ของเจ้าคณะ ไม่ว่าเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอหรือเจ้าคณะจังหวัดหรือเจ้าคณะภาคหรือเจ้าคณะหนก็สามารถสึกได้ทั้งสิ้น ต่างกับก่อนหน้านี้ ถ้าหากยังดำรงสมณศักดิ์อยู่ ผู้ที่จะสึกได้ก็มีเจ้าคณะหนกับเจ้าคณะภาคเท่านั้น การสั่งและกำกับการให้สุด เป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของเจ้าคณะหนกลาง ที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงและโดยเฉพาะ หรือในกรณีเจ้าพนักงานจับกุมธัมมชโยได้ก็มีอำนาจสึกหรือให้สละสมณเพศเสียได้ “

 

 

เมื่อเจ้าลัทธิไร้สมณศักดิ์!! เปิดพ.ร.บ.สงฆ์ว่ากันด้วยหลักกม.โลกธรรม ทำได้แค่ไหน ใครเกี่ยวข้องชี้ชะตาสถานภาพ "ธัมมชโย"เป็นพระต่อไปได้หรือไม่?

 

 

ขณะที่ตามบทบัญญัติพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มีสาระสำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับการพิจารณาความผิดของพระธัมมชโย โดยคณะสงฆ์ดังต่อไปนี้ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ หมวด 3 ว่าด้วยการปกครองคณะสงฆ์ ระบุว่า มาตรา 20 คณะสงฆ์ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม  การจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม

 

 

มาตรา 20 เพื่อประโยชน์แก่การปกครองคณะสงฆ์ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้มีเจ้าคณะใหญ่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตปกครองคณะสงฆ์การแต่งตั้งและการกำหนดอำนาจหน้าที่เจ้าคณะใหญ่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม มาตรา 21  การปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค ให้จัดแบ่งเขตปกครอง ดังนี้

(1)  ภาค

(2)  จังหวัด

(3)  อำเภอ

(4)  ตำบล

จำนวน และเขตปกครองดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม
                     

 

มาตรา 22 การปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค ให้มีพระภิกษุเป็นผู้ปกครองตามชั้น ตามลำดับ ดังต่อไปนี้

(1)  เจ้าคณะภาค

(2)  เจ้าคณะจังหวัด

(3)  เจ้าคณะอำเภอ

(4)  เจ้าคณะตำบล

เมื่อมหาเถรสมาคมเห็นสมควรจะจัดให้มีรองเจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะอำเภอ และรองเจ้าคณะตำบล เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะนั้นๆ ก็ได้

 

 

มาตรา 23  การแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์  เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส  ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระภิกษุอันเกี่ยวกับตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ตำแหน่งอื่นๆ และไวยาวัจกรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม ส่วนในหมวด 4 ว่าด้วยการนิคหกรรมและการสละสมณเพศ
                     
มาตรา 24  พระภิกษุจะต้องรับนิคหกรรมก็ต่อเมื่อกระทำการล่วงละเมิดพระธรรมวินัย  และนิคหกรรมที่จะลงแก่พระภิกษุก็ต้องเป็นนิคหกรรมตามพระธรรมวินัย
                     

มาตรา 25 ภายใต้บังคับมาตรา 24 มหาเถรสมาคมมีอำนาจตรากฎมหาเถรสมาคมกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติ เพื่อให้การลงนิคหกรรมเป็นไปโดยถูกต้อง สะดวก  รวดเร็ว และเป็นธรรม และให้ถือว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายที่มหาเถรสมาคมจะกำหนดในกฎมหาเถรสมาคมให้มหาเถรสมาคมหรือพระภิกษุผู้ปกครองสงฆ์ตำแหน่งใดเป็นผู้มีอำนาจลงนิคหกรรมแก่พระภิกษุผู้ล่วงละเมิดพระธรรมวินับกับทั้งการกำหนดให้การวินิจฉัยการลงนิคหกรรมให้เป็นอันยุติในชั้นใดๆ นั้นด้วย
                     

มาตรา 26  พระภิกษุรูปใดล่วงละเมิดพระธรรมวินัย และได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุด ให้ได้รับนิคหกรรมให้สึก ต้องสึกภายในยี่สอบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ทราบคำวินิจฉัยนั้น มาตรา 27 เมื่อพระภิกษุรูปใดต้องด้วยกรณีข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
 

1)  ต้องคำวินิจฉัยตามมาตรา 25 ให้รับนิคหกรรม ไม่ถึงให้สึกแต่ไม่ยอมรับนิคหกรรมนั้น

(2)  ประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ

(3)  ไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง

(4)  ไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

ให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม พระภิกษุผู้ต้องคำวินิจฉัยให้สละสมณเพศตามวรรคสอง ต้องสึกภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยนั้น
                     

 

มาตรา 28 พระภิกษุรูปใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย ต้องสึกภายในสามวันแนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด มาตรา 29 พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว และเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุมหรือพระภิกษุรูปนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้
                     

 

มาตรา 30 เมื่อจะต้องจำคุก กักขัง หรือขังพระภิกษุรูปใดตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศนั้น

 

 

เมื่อเจ้าลัทธิไร้สมณศักดิ์!! เปิดพ.ร.บ.สงฆ์ว่ากันด้วยหลักกม.โลกธรรม ทำได้แค่ไหน ใครเกี่ยวข้องชี้ชะตาสถานภาพ "ธัมมชโย"เป็นพระต่อไปได้หรือไม่?

 

 

 

ผู้เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์