พ่อหลวงมองอยู่บนฟ้า..ลูกทัพฟ้าไม่หยุดทำหน้าที่!! กองทัพอากาศร่วมกรมฝนหลวงดีเดย์ภารกิจโครงการพระราชดำริ"ฝนหลวง"ปี2560รับมือภัยแล้งบรรเทาทุกข์

ติดตามรายละเอียด http://www.tnews.co.th

พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.เป็นประธานในพิธีส่งหน่วยบินฝนหลวง กองทัพอากาศ โดยมี นายชัยรัตน์ เกื้ออรุณ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายทหารชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าสำนักงานช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ คณะทำงานฝนหลวงและควบคุมไฟป่า นักบิน และเจ้าหน้าที่หน่วยบินฝนหลวง กองทัพอากาศเข้าร่วมในพิธี ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักบิน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการปฏิบัติภารกิจฝนหลวง กองทัพอากาศ

 

 

 

พ่อหลวงมองอยู่บนฟ้า..ลูกทัพฟ้าไม่หยุดทำหน้าที่!! กองทัพอากาศร่วมกรมฝนหลวงดีเดย์ภารกิจโครงการพระราชดำริ"ฝนหลวง"ปี2560รับมือภัยแล้งบรรเทาทุกข์

 

การปฏิบัติการฝนหลวงปี 2560 ทางกองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินพร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์สนับสนุนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” จำนวน 12 เครื่อง โดยเครื่องบินที่ใช้ปฏิบัติภารกิจประกอบด้วย เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2 ก (BT-67) จำนวน 4 เครื่อง เครื่องบินโจมตีธุรการแบบที่ 2 (AU-23 A หรือ Peacemaker) จำนวน 6 เครื่อง และเครื่องบินโจมตีแบบที่ 7 (Alpha Jet) จำนวน 2 เครื่อง ในการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ 

 

 

 

พ่อหลวงมองอยู่บนฟ้า..ลูกทัพฟ้าไม่หยุดทำหน้าที่!! กองทัพอากาศร่วมกรมฝนหลวงดีเดย์ภารกิจโครงการพระราชดำริ"ฝนหลวง"ปี2560รับมือภัยแล้งบรรเทาทุกข์

 

 


และการปฏิบัติการฝนหลวงด้วยพลุสารดูดความชื้นเสริมการปฏิบัติการฝนหลวงเมฆอุ่น ซึ่งนับเป็นปีแรกที่เปลี่ยนแปลงจากโครงการวิจัยมาเป็นการปฏิบัติการจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ โดยจะเริ่มปฏิบัติการฝนหลวง ตั้งแต่วันที่ 15มี.ค.60 เป็นต้นไป ซึ่งจะใช้อากาศยานในการเริ่มปฏิบัติภารกิจฝนหลวง ประกอบด้วย เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2 ก (BT-67) จำนวน 1 เครื่อง เครื่องบินโจมตีธุรการแบบที่ 2 (Peacemaker) จำนวน 2 เครื่อง ณ ที่ตั้ง กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี

 

ทั้งนี้ พล.อ.อ.จอม กล่าวว่า การปฏิบัติภารกิจ ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฝนหลวง ที่กองทัพอากาศได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นภารกิจที่มีความสำคัญยิ่ง ที่นำความภาคภูมิใจ มาสู่พี่น้องชาวกองทัพอากาศทุกคน เพราะเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน 

 

 

 

พ่อหลวงมองอยู่บนฟ้า..ลูกทัพฟ้าไม่หยุดทำหน้าที่!! กองทัพอากาศร่วมกรมฝนหลวงดีเดย์ภารกิจโครงการพระราชดำริ"ฝนหลวง"ปี2560รับมือภัยแล้งบรรเทาทุกข์

 

 

 

พร้อมทั้งเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติให้ยั่งยืนสืบไป และขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติภารกิจฝนหลวงในครั้งนี้ ด้วยความเสียสละ ใช้ความรู้ความสามารถ ตลอดจนประสบการณ์ปฏฺบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

พ่อหลวงมองอยู่บนฟ้า..ลูกทัพฟ้าไม่หยุดทำหน้าที่!! กองทัพอากาศร่วมกรมฝนหลวงดีเดย์ภารกิจโครงการพระราชดำริ"ฝนหลวง"ปี2560รับมือภัยแล้งบรรเทาทุกข์

 

 

 

โครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้งซึ่งมีสาเหตุมาจาก ความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติหรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน จากพระราชกรณียกิจ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอนับแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ จนตราบเท่าสิ้นรัชสมัย ภารกิจสำคัญนี้ก็คงดำเนินสืบสานต่อมาโดยไม่หยุดพัก

 

 

 

พ่อหลวงมองอยู่บนฟ้า..ลูกทัพฟ้าไม่หยุดทำหน้าที่!! กองทัพอากาศร่วมกรมฝนหลวงดีเดย์ภารกิจโครงการพระราชดำริ"ฝนหลวง"ปี2560รับมือภัยแล้งบรรเทาทุกข์

 

 


ก่อนหน้านั้น  กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า นอกจากปี 2560  จะร้อนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือน เม.ย.อุณหภูมิจะสูงขึ้นถึง 42-43 องศาเซลเซียสแล้ว ความแปรปรวนของสภาพอากาศจะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและพายุฤดูร้อน จึงต้องเตรียมรับมือแต่เนิ่นๆ


ขณะที่กรมชลประทานประกาศเตือนเช่นเดียวกันว่า แม้ปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บกักน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางจะมีมากกว่าปี 2559 ล่าสุด ณ วันที่ 6 มี.ค. 2560 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศรวมกัน 46,710 ล้าน ลบ.ม. หรือเท่ากับ 62% ของความจุอ่าง ในจำนวนนี้เป็นน้ำใช้การได้ 22,891 ล้าน ลบ.ม. หรือ 45% ของความจุอ่าง ก็ยังจำเป็นต้องใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด

 

เพราะแม้เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 ซึ่งปริมาณน้ำในอ่างขนาดใหญ่และกลางอยู่ในระดับ 38,303 ล้าน ลบ.ม. หรือ 51% ปีนี้ปริมาณน้ำรวมมีมากกว่าถึง 8,407 ล้าน ลบ.ม. แต่น้ำในเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งใช้หล่อเลี้ยงลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่เวลานี้มีปริมาณรวมกัน 13,269 ล้าน ลบ.ม. หรือ 53% ใช้การได้ 6,573 ล้าน ลบ.ม. หรือ 36%  จึงถือว่ายังมีความเสี่ยง และไม่อาจประมาทวางใจได้

 

 

 

พ่อหลวงมองอยู่บนฟ้า..ลูกทัพฟ้าไม่หยุดทำหน้าที่!! กองทัพอากาศร่วมกรมฝนหลวงดีเดย์ภารกิจโครงการพระราชดำริ"ฝนหลวง"ปี2560รับมือภัยแล้งบรรเทาทุกข์

 

 

 

 

เรียบเรียง : นิตติยา  สำนักข่าวทีนิวส์