ไม่ผิดจริงกลัวอะไร!! ย้อนคดีถอดสมณศักดิ์"พระพิมลธรรม- พระศาสนโศภน" ต่อสู้จนพ้นมลทิน"ธัมมชโย-ทัตตชีโว "ดูไว้!!! เพชรอยู่ที่ไหน ก็ย่อมเป็นเพชร

ไม่ผิดจริงกลัวอะไร!! ย้อนคดีถอดสมณศักดิ์"พระพิมลธรรม- พระศาสนโศภน" ต่อสู้จนพ้นมลทิน"ธัมมชโย-ทัตตชีโว "ดูไว้!!! เพชรอยู่ที่ไหน ก็ย่อมเป็นเพชร

จากกรณีเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์พระธัมมชโย และพระคนสนิท อย่างพระทัตตชีโว สดๆร้อนๆ ทั้งนี้จากการตรวจสอบในอดีตพบว่าที่ผ่านกว่า 100 ปี มีพระสงฆ์ที่ถูกถอดถอนสมณศักดิ์ไป จำนวน17  รูป 

ต่อมามีพระที่ได้รับสมณศักดิ์คืน 3 รูป ได้แก่ พระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ) พระศาสนโศภน (ปลอด อตฺถการี) โดยมหาเถรสมาคมได้มีคำสั่งให้ระงับอธิกรณ์ และถือว่าไม่มีมลทินโทษแต่ประการใดแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระเถระทั้งสองรูปกลับคืนมีสมณศักดิ์ดังเดิม เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2518 และ พระเทพโมลี ซึ่งกลับมาได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ "พระธรรมธีรราชมหามุนี" เมื่อปี 2459 ก่อนจะเลื่อนขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ "พระโพธิวงศาจารย์" และรองสมเด็จพระราชาคณะ ที่ "พระอุบาลีคุณูปมาจารย์"

โดยในวันนี้ขออณุญาตย้อนเหตุการณ์ กรณีพระพิมลธรรมและ พระศาสนโศภน ถูกถอดถอนสมณศักดิ์

 

ไม่ผิดจริงกลัวอะไร!! ย้อนคดีถอดสมณศักดิ์"พระพิมลธรรม- พระศาสนโศภน" ต่อสู้จนพ้นมลทิน"ธัมมชโย-ทัตตชีโว "ดูไว้!!! เพชรอยู่ที่ไหน ก็ย่อมเป็นเพชร

ทั้งนี้เมื่อใน พ.ศ. 2503 เมื่อครั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ) ดำรงสมณศักดิ์เป็นพระพิมลธรรมนั้น ท่านได้ถูกกล่าวหาว่าเสพเมถุนทางเวจมรรคกับลูกศิษย์ และมีข่าวว่า พระศาสนโศภน (ปลอด อตฺถการี) อยู่กับสีกาสองต่อสองในที่ลับหูลับตาหลายครั้ง สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภ โณ ) จึงมีพระบัญชาให้ทั้งสองรูปพ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่ทั้งสองรูปปฏิเสธ โดยตั้งใจจะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน คณะสังฆมนตรีของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน อุฏฺฐานยี ) จึงมีมติว่าทั้งสองรูปฝ่าฝืนพระบัญชา ไม่ควรอยู่ในสมณศักดิ์ต่อไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้ถอดทั้งสองรูปออกจากสมณศักดิ์ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503

        

 

ไม่ผิดจริงกลัวอะไร!! ย้อนคดีถอดสมณศักดิ์"พระพิมลธรรม- พระศาสนโศภน" ต่อสู้จนพ้นมลทิน"ธัมมชโย-ทัตตชีโว "ดูไว้!!! เพชรอยู่ที่ไหน ก็ย่อมเป็นเพชร

 

ไม่ผิดจริงกลัวอะไร!! ย้อนคดีถอดสมณศักดิ์"พระพิมลธรรม- พระศาสนโศภน" ต่อสู้จนพ้นมลทิน"ธัมมชโย-ทัตตชีโว "ดูไว้!!! เพชรอยู่ที่ไหน ก็ย่อมเป็นเพชร

 

ต่อมาใน พ.ศ. 2505 พระมหาอาจได้ถูกทางการกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ จึงถูกบังคับสึกเป็นฆราวาส และจำคุกอยู่ที่กองบังคับการตำรวจสันติบาลอยู่หลายปี จนกระทั่งศาลทหารสามารถพิสูจน์ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความเท็จ และตัดสินยกฟ้องเมื่อ พ.ศ. 2509 ทั้งนี้พระภิกษุหลายรูปพยายามท้วงและยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมให้พระเถระทั้งสองรูป สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช  จึงตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนขึ้นในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2518 ผลการพิจารณาออกมาว่าทั้งสองเป็นผู้บริสุทธิ์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้พระเถระทั้งสองรูปคืนสู่สมณศักดิ์เดิมตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2518

 

คดีดังกล่าวนี้นับเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของไทย ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม หากพระธัมมชโยและพระทัตตชีโย ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต่อสู้คดียืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองและหากผลลัพธ์พระทั้งสองแห่งวัดพระธรรมกายไม่มีความผิดจริง ตามที่ถูกกล่าวอ้าง ท้ายที่สุดก็ต้องมีการคือสมณศักดิ์ให้ดังเดิม ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาใหม่ของไทย เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ แต่หากผลลัพธ์ออกมา ว่าพระทั้งสอง ได้กระทำความผิดจริง ก็พูดได้เลยว่า "กัมมุนา วัตตติ โลโก. สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม."

 

เรียบเรียง วิลา