- 09 มี.ค. 2560
ไม่ผิดจริงกลัวอะไร!! ย้อนคดีถอดสมณศักดิ์"พระพิมลธรรม- พระศาสนโศภน" ต่อสู้จนพ้นมลทิน"ธัมมชโย-ทัตตชีโว "ดูไว้!!! เพชรอยู่ที่ไหน ก็ย่อมเป็นเพชร
จากกรณีเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์พระธัมมชโย และพระคนสนิท อย่างพระทัตตชีโว สดๆร้อนๆ ทั้งนี้จากการตรวจสอบในอดีตพบว่าที่ผ่านกว่า 100 ปี มีพระสงฆ์ที่ถูกถอดถอนสมณศักดิ์ไป จำนวน17 รูป
ต่อมามีพระที่ได้รับสมณศักดิ์คืน 3 รูป ได้แก่ พระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ) พระศาสนโศภน (ปลอด อตฺถการี) โดยมหาเถรสมาคมได้มีคำสั่งให้ระงับอธิกรณ์ และถือว่าไม่มีมลทินโทษแต่ประการใดแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระเถระทั้งสองรูปกลับคืนมีสมณศักดิ์ดังเดิม เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2518 และ พระเทพโมลี ซึ่งกลับมาได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ "พระธรรมธีรราชมหามุนี" เมื่อปี 2459 ก่อนจะเลื่อนขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ "พระโพธิวงศาจารย์" และรองสมเด็จพระราชาคณะ ที่ "พระอุบาลีคุณูปมาจารย์"
โดยในวันนี้ขออณุญาตย้อนเหตุการณ์ กรณีพระพิมลธรรมและ พระศาสนโศภน ถูกถอดถอนสมณศักดิ์
ทั้งนี้เมื่อใน พ.ศ. 2503 เมื่อครั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ) ดำรงสมณศักดิ์เป็นพระพิมลธรรมนั้น ท่านได้ถูกกล่าวหาว่าเสพเมถุนทางเวจมรรคกับลูกศิษย์ และมีข่าวว่า พระศาสนโศภน (ปลอด อตฺถการี) อยู่กับสีกาสองต่อสองในที่ลับหูลับตาหลายครั้ง สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภ โณ ) จึงมีพระบัญชาให้ทั้งสองรูปพ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่ทั้งสองรูปปฏิเสธ โดยตั้งใจจะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน คณะสังฆมนตรีของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน อุฏฺฐานยี ) จึงมีมติว่าทั้งสองรูปฝ่าฝืนพระบัญชา ไม่ควรอยู่ในสมณศักดิ์ต่อไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้ถอดทั้งสองรูปออกจากสมณศักดิ์ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503
ต่อมาใน พ.ศ. 2505 พระมหาอาจได้ถูกทางการกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ จึงถูกบังคับสึกเป็นฆราวาส และจำคุกอยู่ที่กองบังคับการตำรวจสันติบาลอยู่หลายปี จนกระทั่งศาลทหารสามารถพิสูจน์ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความเท็จ และตัดสินยกฟ้องเมื่อ พ.ศ. 2509 ทั้งนี้พระภิกษุหลายรูปพยายามท้วงและยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมให้พระเถระทั้งสองรูป สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช จึงตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนขึ้นในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2518 ผลการพิจารณาออกมาว่าทั้งสองเป็นผู้บริสุทธิ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้พระเถระทั้งสองรูปคืนสู่สมณศักดิ์เดิมตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2518
คดีดังกล่าวนี้นับเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของไทย ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม หากพระธัมมชโยและพระทัตตชีโย ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต่อสู้คดียืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองและหากผลลัพธ์พระทั้งสองแห่งวัดพระธรรมกายไม่มีความผิดจริง ตามที่ถูกกล่าวอ้าง ท้ายที่สุดก็ต้องมีการคือสมณศักดิ์ให้ดังเดิม ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาใหม่ของไทย เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ แต่หากผลลัพธ์ออกมา ว่าพระทั้งสอง ได้กระทำความผิดจริง ก็พูดได้เลยว่า "กัมมุนา วัตตติ โลโก. สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม."
เรียบเรียง วิลา
