สึกหรือไม่สึกก็ไม่มีผล !!! จ่อออกหมายจับพระธัมมชโยอีก 10 คดี จะอาบัติปราชิกหรือไม่ ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อคดีอาญา

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

วันนี้ (10 มี.ค.) ที่จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)กล่าวว่า ถึงการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย ว่า กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ พระธัมมชโย เพิ่มเติมอีกกว่า 10หมาย ซึ่งการจะต้องอาบัติปราชิก สึกจากความเป็นพระสงฆ์หรือไม่ไม่กระทบคดีใด เนื่องจากคดีอาญา ไม่ว่าพระหรือฆารวาสทำผิดก็ต้องดำเนินคดีเช่นกัน แต่หากขาดจากความเป็นสงฆ์ ก็จะไม่สามารถเป็นประธานมูลนิธิธรรมกายได้ เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของมูลนิธิฯ แต่ก็ไม่ส่งผลต่อคดี แต่ทั้งนี้การกระทำการใดๆเกี่ยวกับมูลนิธิฯขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวถึงการคลี่คลายคดีกลุ่มวัยรุ่น ทำร้ายนายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน หรือปอนด์ อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี จนเสียชีวิต เหตุเกิดท้องที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่า ในประเด็นที่ยังห่วงกังวลเรื่องผู้มีอิทธิพล ที่อาจทำให้คดีนี้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น กำลังสืบสวนอยู่ว่า มีผู้มีอิทธิพลจริงตามที่มีการตั้งข้อสังเกตุหรือไม่ ขณะเดียวกันประสานทหารให้ร่วมตรวจสอบปราบปรามผู้มีอิทธิพลในท้องที่ด้วย ส่วนกรณีที่มีผู้เรียกร้องให้ย้าย ผกก.สภ.ชะอำ นั้นเป็นเรื่องทางปกครอง ที่ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม สำหรับสำนวนคดีนี้นั้น สั่งการให้โอนคดีไปยังกองบังคับการปราบปราม ซึ่งท้องที่จะส่งให้กองปราบฯในต้นสัปดาห์หน้า

ขณะที่ศาลจังหวัดธัญบุรีตำบลรังสิตอำเภอธัญบุรีจังหวัดปทุมธานี ได้ปล่อยตัวชั่วคราวพระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ด้วยหลักทรัพย์ประกันตัว 100,000 บาท ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคสช. ซึ่งพระสนิทวงศ์ได้ออกทางประตูด้านข้างของศาลธัญบุรีมีผู้สื่อข่าวเฝ้ารอทำข่าวเป็นจำนวนมากโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กลับผู้สื่อข่าว และเดินทางขึ้นรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออสออกจากศาลธัญบุรีในทันที
          ด้านทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของวัดพระธรรมกายที่เดินทางมากับ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่หน้าศาลจังหวัดธัญบุรี ว่า กรณีที่พักสนิทวงศ์มาขึ้นศาลจังหวัดธัญบุรี ทางศาลได้พอใจในหลักทรัพย์ประกัน ทางด้านพนักงานสอบสวนได้มีการค้านประกันด้วย 2 เหตุผล1. กลัวว่าพระสนิทวงศ์ จะไปยุ่งกับพยานหลักฐาน 2. กลัวว่าจะหลบหนี ซึ่งทั้งสองเหตุผลนี้การที่จะหลบนี้นั้น เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วพระสนิทวงศ์ ก็จำวัดอยู่ที่วัดพระธรรมกายมาหลายปีหรือจะออกไปที่ไหนก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว พระสนิทวงศ์เดินทางมามอบตัวกับพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง
          ส่วนที่จะไปยุ่งกับพยานหลักฐานนั้น แน่นอนอยู่แล้วเรื่องของพยานหลักฐานเป็นความลับ ของพนักงานสอบสวนเอง การจะไปทราบถึงเรื่องพยานหลักฐานหรือบุคคลใดนั้น เป็นเรื่องที่พระไม่อาจจะทราบได้อยู่แล้ว ศาลจึงเห็นว่าไม่ควรที่จะคัดค้าน สวนทนายความได้สอบถามศาลว่า จากเข้าออกวัดพระธรรมกายได้หรือไม่อย่างไร ศาลบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพไม่ได้ห้ามอะไรส่วนการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนนั้น ศาลก็ไม่ได้ห้ามอะไร และมีประเด็นที่น่าสนใจคือ มีบางคนมักจะถามว่า ไม่อยากให้พระเข้าไปอยู่ในวัดทางศาล ก็ได้ให้ความชัดเจน พระก็ต้องอยู่ที่วัด ถ้าไม่ให้อยู่ในวัดแล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหน ซึ่งขณะนี้พระสนิทวงศ์เดินทางกลับวัดพระธรรมกายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรียบเรียงโดย บุญชัย