ไม่มีเหตุยื้อหรืออ้างอย่างอื่น !!  เปิดกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(2)  เทียบผลตรวจค้น DSI ถือเป็นเหตุ “พระธัมมชโย” ต้องสิ้นสมณเพศ ??

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/


ภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม  (มส.)  จนมีข้อสรุปสำคัญหลายประเด็นที่อาจชี้ชัดได้ว่าสถานภาพของพระธัมมชโยจะเป็นอย่างไร จากข้อสรุปโดยการแถลงของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  (พศ.) ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม

 

ประเด็นแรกที่ต้องพิจารณาและถือเป็นข้อวินิจฉัยประการหนึ่งจากที่ประชุม มส. ก็คือ เรื่องการให้สละสมณเพศ กรณีนี้ทางสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่งเรื่องไปให้เจ้าคณะใหญ่หนกลาง  พิจารณาด้วยกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21  ในการพิจารณาถอดถอนสมณเพศของพระธัมมชโยแล้ว จากข้อมูลเอกสารทางคดีในความผิดทางอาญาทั้งหมดของพระธัมมชโย  โดยการรวบรวมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ  และข้อมูลหลักฐานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการในกฎเบื้องต้น ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำภายในระยะเวลาเท่าใด แต่ยืนยันว่าสถานการณ์อย่างนี้จะช้าไม่ได้ และต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

 

 

ไม่มีเหตุยื้อหรืออ้างอย่างอื่น !!  เปิดกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(2)  เทียบผลตรวจค้น DSI ถือเป็นเหตุ “พระธัมมชโย” ต้องสิ้นสมณเพศ ??

 

 

ทั้งนี้กฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(1)  กรณีพระภิกษุประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ มีลำดับขั้นตอนคือ เจ้าอาวาสมีหน้าที่แนะนำ ชี้แจง ตักเตือนเป็นหนังสือเพื่อกำหนดเวลาให้ปฏิบัติตามที่มีหนังสือตักเตือน หากฝ่าฝืนให้เจ้าอาวาสรายงานเป็นลำดับชั้นไปถึงเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เพื่อวินิจฉัยให้สละสมณเพศ  จากนั้นให้เจ้าอาวาสที่ภิกษุรูปนั้นสังกัดอยู่แจ้งผลคำวินิจฉัย

 

 

ไม่เท่านั้นในกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(2) กรณีพระภิกษุไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง หรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ให้พระภิกษุผู้ดํารงตําแหน่งปกครองวัดหรือพระภิกษุผู้ดํารงตําแหน่งปกครองคณะสงฆ์ ในเขตท้องที่ที่พบพระภิกษุรูปนั้น มีอํานาจหน้าที่วินิจฉัยให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้"

 

 

ด้วยกฎมหาเถรสมาคมข้อนี้  ถ้าพิจารณาจากถ้อยแถลงของ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ถึงผลการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ว่า “ไม่พบพระธัมมชโย  ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ จึงถือว่าพระธัมมชโยเป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับซึ่งมีอายุความ 15 ปี ”  

 

 

ย่อมสังเคราะห์ได้ว่า ณ  ปัจจุบันมีข้อเท็จจริง  พระธัมมชโย “เข้าข่ายเป็นพระภิกษุไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง หรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง” และถือเป็นหนึ่งเป็นเหตุให้พระภิกษุรูปดังกล่าวต้องสละสมณเพศตามกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(2)  ประเด็นที่สอง ขั้นตอนหลังจากการแจ้งผลคำวินิจฉัย มีแนวทางปฏิบัติ 2 แนวทางก็คือ ให้เจ้าอาวาสที่ภิกษุรูปนั้นสังกัดอยู่ดำเนินการให้พระภิกษุสละสมณเพศภายใน 3 วัน กรณีที่ไม่สละสมณเพศภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่รับทราบผลคำวินิจฉัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัย และแนวทางที่สอง 

 

 

กรณีที่ไม่พบพระภิกษุหรือพระภิกษุไม่ยอมรับ ให้ปิดประกาศคำวินิจฉัย ณ ที่พำนักอาศัย ซึ่งถือว่า ทราบคำวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว ต้องสละสมณเพศภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันที่ถือว่า ทราบคำวินิจฉัย หากไม่สละสมณเพศภายใน 3 วัน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัย  โดยกรณีนี้แม้จะไม่พบตัวพระธัมมชโย ก็สามารถพิจารณาลับหลังได้ และหากมีการให้ถอดสมณเพศก็จะมีผลได้ทันที

 

 

ไม่มีเหตุยื้อหรืออ้างอย่างอื่น !!  เปิดกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(2)  เทียบผลตรวจค้น DSI ถือเป็นเหตุ “พระธัมมชโย” ต้องสิ้นสมณเพศ ??

 

 

 

 

มนันยา สนข.ทีนิวส์