- 12 มี.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
ภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) จนมีข้อสรุปสำคัญหลายประเด็นที่อาจชี้ชัดได้ว่าสถานภาพของพระธัมมชโยจะเป็นอย่างไร จากข้อสรุปโดยการแถลงของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม
ประเด็นแรกที่ต้องพิจารณาและถือเป็นข้อวินิจฉัยประการหนึ่งจากที่ประชุม มส. ก็คือ เรื่องการให้สละสมณเพศ กรณีนี้ทางสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่งเรื่องไปให้เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พิจารณาด้วยกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ในการพิจารณาถอดถอนสมณเพศของพระธัมมชโยแล้ว จากข้อมูลเอกสารทางคดีในความผิดทางอาญาทั้งหมดของพระธัมมชโย โดยการรวบรวมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และข้อมูลหลักฐานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการในกฎเบื้องต้น ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำภายในระยะเวลาเท่าใด แต่ยืนยันว่าสถานการณ์อย่างนี้จะช้าไม่ได้ และต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้กฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(1) กรณีพระภิกษุประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ มีลำดับขั้นตอนคือ เจ้าอาวาสมีหน้าที่แนะนำ ชี้แจง ตักเตือนเป็นหนังสือเพื่อกำหนดเวลาให้ปฏิบัติตามที่มีหนังสือตักเตือน หากฝ่าฝืนให้เจ้าอาวาสรายงานเป็นลำดับชั้นไปถึงเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เพื่อวินิจฉัยให้สละสมณเพศ จากนั้นให้เจ้าอาวาสที่ภิกษุรูปนั้นสังกัดอยู่แจ้งผลคำวินิจฉัย
ไม่เท่านั้นในกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(2) กรณีพระภิกษุไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง หรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ให้พระภิกษุผู้ดํารงตําแหน่งปกครองวัดหรือพระภิกษุผู้ดํารงตําแหน่งปกครองคณะสงฆ์ ในเขตท้องที่ที่พบพระภิกษุรูปนั้น มีอํานาจหน้าที่วินิจฉัยให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้"
ด้วยกฎมหาเถรสมาคมข้อนี้ ถ้าพิจารณาจากถ้อยแถลงของ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ถึงผลการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ว่า “ไม่พบพระธัมมชโย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ จึงถือว่าพระธัมมชโยเป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับซึ่งมีอายุความ 15 ปี ”
ย่อมสังเคราะห์ได้ว่า ณ ปัจจุบันมีข้อเท็จจริง พระธัมมชโย “เข้าข่ายเป็นพระภิกษุไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง หรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง” และถือเป็นหนึ่งเป็นเหตุให้พระภิกษุรูปดังกล่าวต้องสละสมณเพศตามกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(2) ประเด็นที่สอง ขั้นตอนหลังจากการแจ้งผลคำวินิจฉัย มีแนวทางปฏิบัติ 2 แนวทางก็คือ ให้เจ้าอาวาสที่ภิกษุรูปนั้นสังกัดอยู่ดำเนินการให้พระภิกษุสละสมณเพศภายใน 3 วัน กรณีที่ไม่สละสมณเพศภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่รับทราบผลคำวินิจฉัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัย และแนวทางที่สอง
กรณีที่ไม่พบพระภิกษุหรือพระภิกษุไม่ยอมรับ ให้ปิดประกาศคำวินิจฉัย ณ ที่พำนักอาศัย ซึ่งถือว่า ทราบคำวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว ต้องสละสมณเพศภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันที่ถือว่า ทราบคำวินิจฉัย หากไม่สละสมณเพศภายใน 3 วัน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัย โดยกรณีนี้แม้จะไม่พบตัวพระธัมมชโย ก็สามารถพิจารณาลับหลังได้ และหากมีการให้ถอดสมณเพศก็จะมีผลได้ทันที
มนันยา สนข.ทีนิวส์
