- 13 มี.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีมีเวียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายกับการที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นั่งโต๊ะยุติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาหนีหมายจับในหลายคดี นั่นเองทำให้ภาพของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐดูเหมือนว่าจะเป็นลบต่อปฏิบัติการณ์ครั้งนี้ ซึ่งอาจเกิดจากความเข้าใจผิด หรือเข้าใจที่คลาดเคลื่อนสำหรับประชาชนที่เฝ้าจับตาดูทั่วไป ฉะนั้นวันนี้เปลว สีเงิน คอลัมนิสต์แห่งนสพ.ไทยโพสต์ จึงได้อธิบายชี้แจงถึงการทำหน้าที่ของฝ่ายรัฐว่าแท้ที่จริงแล้ว ผลออกมาอย่างไร เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ทั้งยังมีมุมมองประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ด้วย โดยเนื้อหาบทความทั้งหมดมีดังนี้
เจ้าอาวาส 'วัดธรรมกาย' ใครกล้า?
เสียงชาวบ้านนั้น ดีเอสไอ "ต้องฟัง" แต่ถ้าฟังแล้ว.........เก็บเอามาเป็นอารมณ์ทุกเรื่อง "ก็บ้า!" อย่างกรณียุติการล้อมอาณาจักรจานบินล่าตัวผีบุญไชยบูลย์ ปรากฏว่าถูก "ขาลุย" ถ่มถุยใส่เละ นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติของกองเชียร์ ถูกใจก็เฮ ไม่ถูกใจก็แฮ่ ดีเอสไอแค่ฟังไว้ก็พอ ขอให้ "ทำงาน-มีแผนงาน" อย่าทำงาน-บ้าเสียงเชียร์ คนหลายส่วนเขาเข้าใจ เรื่องกวาดล้างลัทธิผีบุญธรรมกาย ไม่ใช่การโค่นต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่เป็นเหมือนทั้ง ต้นไทร-ต้นไกร-ต้นกร่าง ขึ้นพันกอดเกี่ยวกันด้วยผลประโยชน์ลงตัวเป็นตาข่ายคลุมมานานนับ แผ่กิ่งก้านสาขา ไขว้ไป-มาเนียนแนบ จนยากแยกออกง่ายๆ ว่า ไหน...ส่วนต้นของต้นไหน และไหน...ส่วนปลายของต้นไหน?
ผีบุญไชยบูลย์นั้น..........ฉากหน้า ก็เข้าใจกันหมดว่า "นี่คือตัวการใหญ่" จับผีบุญไชยบูลย์ได้ ทุกอย่างก็จบ แต่ยังหรอก......อาจจบเฉพาะตัวไชยบูลย์! แต่ตัว "ทัตตชีโว" และอีกหลายตัว ทั้งเหลือง-หัวโล้น และขาว-หัวดำ ที่ฝังเขี้ยวอยู่ในเงินขายบุญ-ขายสวรรค์เป็นล้านล้านบาท พวกนี้ไม่จบ ด้วยเดิมพันสูง จะไม่ยอมให้จบง่ายๆ นั่นคือ ความเป็น "ลัทธิผีบุญธรรมกาย" จากกิ่งก้านที่แผ่ขยาย งอก "รากใหม่" หลายสาย-หลายแขนง มันเป็นต้นน้ำเลี้ยงก่อเกิดกาฝากนานาพันธุ์ เกาะเกี่ยวกลมกลืนแฝงอยู่ในคราบพระพุทธศาสนา "นิกายธรรมกาย" ทั้งในและนอกประเทศมากมาย
ไม่เฉพาะในการศาสนา-การบ้าน-การเศรษฐกิจ ใน "การเมือง" ยิ่งร้าย.......ลัทธิผีบุญธรรมกาย งอกรากฝังรัฐ ดูดเอาเงินและอำนาจจากรัฐผ่านคนการเมือง สู่เป้าหมาย "ยากไว้วางใจ" ในด้านความมั่นคง! ฉะนั้น ถ้ามองด้วยเอาใจตัวเองเป็นที่ตั้ง ก็จะคิดว่า......."มันจะยากอะไร แค่เอาเลื่อย-เอาขวานฟันโครม โค่นต้นมันลงมา ทุกอย่างก็จบ" แต่ในแง่ทำ เอาความจริงเป็นที่ตั้ง มันไม่ง่ายอย่างนั้น และนอกจากไม่จบแล้ว ปัญหาจะขยาย
ต้นไม้ใหญ่ ที่สักแต่ว่าโค่นต้นให้ล้มครืน....... ทั้งต้น ทั้งกิ่งก้าน จะล้มฟาดสายไฟ ฟาดอาคารบ้านเรือนและผู้คน จะเกะกะขวางถนน กิ่งผุ ใบ ก้านสด จะกระจายเกลื่อน เป็นปัญหารกบ้าน-รกเมือง ขยายเป็นวงกว้าง วิธีการที่รัฐบาล โดยดีเอสไอ-ตำรวจ-ทหาร ทำตอนนี้ ถูก-ไม่ถูก ไม่รู้ รู้แต่ว่า สอดคล้องสถานการณ์ที่ต้องควบคุมและรับผิดชอบ ขออย่างเดียว......
ต้องจริงใจ-จริงจัง กวาดล้าง-ชำระสะสางลัทธิผีบุญธรรมกายต่อเนื่องจนหายไปจากคณะสงฆ์ไทย
แต่ถ้าเล่นลิเก-ละคร แล้วปล่อยให้เป็นอย่างที่หนังสือพิมพ์พาดหัวว่า "ธรรมกายเฮ" แบบนั้น ทั้งดีเอสไอ ตำรวจ ทหาร ในความเป็น "รัฐบาล คสช." ก็สมควรให้ชาวบ้านเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น "ไอ้หอกหัก"! ขั้นตอนที่เราควร "จับตาดู" ต่อจากนี้ ที่เป็นผลคืบหน้า คือ ดูที่ "เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะภาค ๑ "พระเทพสุธี" (สายชล ฐานวุฑฺโฒ) ผู้ลือลั่น วัดชนะสงคราม
ทั้ง ๒ รูปนี้ เป็น "หัวหน้าใหญ่" ในสายบังคับบัญชา ที่ต้องชำระ-สะสางปัญหาวัดพระธรรมกาย "ธัมมชโย-ทัตตชีโว" ให้เบ็ดเสร็จ คือให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตาม พ.ร.บ.สงฆ์ และตามมติ "มหาเถรสมาคม" ที่ให้ฝ่ายปกครองสงฆ์ ภาค ๑ จัดการเรื่องราววัดพระธรรมกาย ให้เป็นไปตามนั้น! ตามนั้น หลักๆ ก็มี...........๑.ตั้งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายให้เสร็จ
๒.เจ้าอาวาสจะต้องนำตัวธัมมชโย-ทัตตชีโว เข้าสู่กระบวนการไต่สวนความผิดตามกฎมหาเถรฯ ฉบับที่ ๒๑ ไปตามลำดับ
บทลงโทษคือ "ต้องสละสมณเพศ"! หลบหนี-ขัดขืน ก็ช่างโจรโล้น-เหลือง.............กฎมหาเถรฯ ฉบับที่ ๒๑ มีให้เดินอยู่แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคณะสงฆ์ปกครองก็ "ปิดประกาศ" ว่าต้องครุกาบัติ พ้นจากความเป็นพระแล้ว ส่งเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทราบ ให้ทั้งโลกทราบ ว่าผีบุญไชยบูลย์ไม่ใช่พระแล้ว เจอที่ไหน แจ้งตำรวจจับเข้าตะรางได้เลย ส่วนผิด-ถูกด้านคดี อยู่ที่ศาลจะวินิจฉัยตัดสิน บางคนบอก โฮ้ย....ยี่เกชัดๆ ซูเอี๋ยกัน ปล่อยให้หนี แป๊บเดียวก็ ๑๕ ปี กลับมาครองอาณาจักรจานบิน กินเงินหลอกขายบุญได้เหมือนเดิม!
ผมอยากเปรียบให้เห็นว่า เรื่องวัดพระธรรมกาย เรื่องผีบุญไชยบูลย์-ทัตตชีโว คือ "ทองวิทยาศาสตร์" ฉาบเป็นผิวนอกหุ้มตะกั่วเนื้อใน ให้คนหลงเชื่อว่าเป็น "พระทองคำ" ทั้งองค์ ต้นทุนของแก๊งผีบุญ อยู่ที่ "ศรัทธา-ความเชื่อ" จากหมู่ชน ว่าเป็นพระทองคำ แต่มาวันนี้ รัฐบาล คสช.โดยดีเอสไอ โดยตำรวจ-ทหาร และสำนักพุทธ ภายใต้ "ผอ." คนใหม่ เขาช่วยกัน "ลอกทองวิทยาศาสตร์" ออกทีละชั้นๆๆๆๆ เนื้อในโผล่แล้ว........
ตะกั่วตีนแหชัดๆ หาใช่ทองคำบริสุทธิ์อย่างที่ฉาบหลอกให้หลงเชื่อ-หลงศรัทธา!ในความเป็นพระ นั้น เมื่อฉิบหายแล้วจากศีล ก็เหลือแต่ความเป็นอลัชชี-เดียรถีย์-เดรัจฉาน ศรัทธาและความเชื่อว่าเป็นพระ ผู้เป็นเนื้อนาบุญประเสริฐหมดไป จากจิตใจของหมู่ชน ธัมมชโย-ทัตตชีโว ตอนนี้ ในทะเบียนประวัติจะระบุว่า "อาชญากร" หลบหนีคดี หนีหมายจับของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แล้วเราๆ ท่านๆ ก็ลองตอบกับใจตัวเองซิ...........เมื่อทราบดังนี้ ถึงยังไม่ถูกจับกระชากผ้าเหลืองออกจากร่าง ก็ยังจะยอมรับนับถือว่า-ธัมมชโย ที่รวมหัวกันยักยอก-ฟอกทรัพย์-รับของโจร เป็นพัน-เป็นหมื่นล้าน แล้วหนีคดี ยังเป็นพระผู้ปฏิบัติดี-ปฏิบัติชอบ และศีลยังไม่วิบัติอยู่อีกหรือ?
-ทัตตชีโว ที่นำเงินวัดไปเล่นหุ้น เป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และขัดขืนหมายเรียก ยังเป็นพระผู้ปฏิบัติดี-ปฏิบัติชอบ และศีลยังไม่วิบัติอีกหรือ? นั่นคือ การจะจับตัวได้ หรือยังจับไม่ได้ ทั้ง ๒ ผีบุญนี้ ค่าทางศรัทธา-เชื่อถือ ในการยอมรับเป็นพระในพระพุทธศาสนา ค่าเท่า ๐! จะเหลือคน ๓ จำพวก ที่ยังทึกทัก "ยึดถือ" สมีโยกันอยู่ ๑.แก๊งผีบุญในคราบโล้นเหลือง ที่ลวงโลกหากินด้วยกัน ๒.กลุ่มทุน-กลุ่มการเมือง-กลุ่มพระเมาอามิส ที่ต่างอิงประโยชน์ในกันและกัน และ ๓.พวกสาวกที่คลั่งผีบุญธัมมชโยงมงาย ถึงขั้นประกาศ "ต่อให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อผิด ก็จะยังเคารพนับถือ" ตลอดไป
เนี่ย....ความเพ่งเพียรของรัฐบาลต่อการกำจัดกาฝากพระพุทธศาสนาครั้งนี้ เท่ากับ "ฆ่าลัทธิผีบุญธรรมกาย-ฆ่าผีบุญธัมมชโย-ฆ่าผีบุญทัตตชีโว"....ตายไปแล้ว จากความเป็นพระสงฆ์ จากศรัทธา-ความเชื่อว่าเป็นเนื้อนาบุญประเสริฐ เหลือแต่ความเป็น "ผีบุญ" และอาชญากรหนีการจับกุม! ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ คือ...........จะหาพระที่ "เหมาะสม" ตามพระธรรมวินัยจริงๆ จากที่ไหน มาเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย?
ความจริง "มีเยอะแยะ" แต่พระรูปไหน-จากที่ไหนล่ะ จะกล้ามาเป็นเจ้าอาวาส เพื่อปกครอง-ควบคุมสาวกผีบุญ "ธัมมชโย-ทัตตชีโว" ที่ตบะแก่กล้า ถึงขั้นขุดคู-ประตูรบ "ตั้งกองกำลัง" ทำศึกกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง บีบคอ-บีบไข่ทหารหน้าเขียวมาแล้ว!? รูปการณ์น่าจะเป็นว่า ประชุมสมุนผีบุญ แสดงละคร ดันตูดนักรบเหลืองคนไหนซักคนขึ้นมาเป็น "เจ้าอาวาสหุ่นเชิด" หรือเจ้าอาวาสนอมินี แบบนี้ วัดพระธรรมกาย แทนที่จะกู้กลับมาเป็นวัด ภายใต้ปกครองคณะสงฆ์จริงๆ...........ก็จะยังเป็น "อาณาจักรผีบุญธรรมกาย" อยู่เหนือกฎหมายและกฎสงฆ์เหมือนเดิม
ตรงนี้แหละ ควรจับตา ว่าคณะปกครองสงฆ์ โดยเจ้าคณะใหญ่หนกลาง "ผู้มีหน้าที่" จะจัดการอย่างไร? กับธัมมชโย ก็รู้แหละว่า ขี่ค้อนเหาะไปอยู่ดุสิตบุรีแล้ว แต่ทัตตชีโว ผู้นำเงินวัดไปเล่นหุ้นล่ะ........ยังซุ่มบัญชาการเงียบอยู่ในจานบินมิใช่หรือ? เจ้าคณะใหญ่หนกลาง "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์" จะจัดการให้เป็นไปตามกฎ ฉบับที่ ๒๑ เมื่อไหร่ อย่างไร?
ญาติโยมคงไม่ต้อง "สวดชยันโต" นะขอรับ!
เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์(http://www.thaipost.net/)
