มหากาพย์หุ้นชินภาคใหม่เริ่มแล้ว! "ไก่อู" เผยรัฐฯ ระดมสมองจนพบทางสว่างบี้ภาษี"นายใหญ่" แล้ว ยันชัดทัน 16 วันที่เหลือแน่-อย่าห่วง 

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

มหากาพย์หุ้นชินภาคใหม่เริ่มแล้ว!! "ไก่อู" เผยรัฐฯ ระดมสมองระดับเกจิจนพบทางสว่าง ที่จะไล่บี้ภาษีหุ้นชินของ "นายใหญ่" 1.6 หมื่นล้าน ทันใน 16 วันที่เหลือแน่ อย่าห่วง แต่มั่นใจยังไงนายใหญ่ก็ไม่มา แต่ก็มั่นใจไม่ขาดอายุความแน่ สุดท้ายอาจสู้กันในชั้นศาลต่อ

                

วันนี้ (14 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 16,000 ล้านบาทที่กำลังได้รับการสนใจว่า หลังจากที่มีการขายหุ้น กรมสรรพากรเคยเรียกนายพานทองแท้ ชินวัตร และน.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้มาเสียภาษี แต่ไม่มีความคืบหน้า จากนั้นจึงมีการออกแบบประเมินภาษี แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่จ่าย จนกรมสรรพากรฟ้องร้องต่อศาลภาษีอากร ท้ายที่สุดมีการยกฟ้อง เพราะศาลเห็นว่าทั้งคู่เป็นเพียงนอมินี จึงต้องไปเรียกเก็บภาษีกับนายทักษิณซึ่งเป็นตัวการ ส่วนที่มีการเสนอให้ใช้มาตรา 44 ดำเนินการ นายกฯเคยระบุแล้วว่า จะใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้ ต้องใช้ในทางสร้างสรรค์ จะต้องไม่ทำให้มาตรการเรียกเก็บภาษีเปลี่ยนแปลงไป


"นายกฯมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยให้หลักเกณฑ์ว่า 1.ต้องไม่ใช้มาตรา 44 ให้ใช้กฎหมายปกติ 2.ไม่ขยายอายุความ 3.ยืนอยู่บนหลักนิติธรรม ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และ4.ต้องดูเจตนาการขายหุ้นดังกล่าวว่าสุจริตหรือไม่ ถ้าสุจริตทุกอย่างจบ ถ้าไม่สุจริตให้ดำเนินการตามสิ่งที่ได้ให้ไว้ การจะดูว่าดำเนินการสุจริตหรือไม่ ได้ข้อสรุปว่า ต้องไปฟ้องร้องดำเนินคดีกันในชั้นศาล แต่มีคำถามว่า จะดำเนินการได้ทันก่อนอายุความ 10 ปีจะสิ้นสุดในสิ้นเดือนมี.ค.นี้หรือไม่ ที่ประชุมครม.ก็ได้แนวทางสว่างว่า เมื่อปี 55 ศาลภาษีอากรกลางตัดสินไว้ว่า นายพานทองแท้และน.ส.พินทองทา เป็นนอมินีของนายทักษิณ ไม่ใช่ตัวการสำคัญ เพราะตัวการสำคัญคือนายทักษิณ ดังนั้น การออกหมายเรียกทั้งคู่ในตอนนั้นจึงเหมือนเป็นการออกหมายเรียกนายทักษิณแล้ว" โฆษกรัฐบาล ระบุ

 

โฆษกรัฐบาล ยังย้ำด้วยว่า ขั้นตอนต่อไปคือ การขอประเมินภาษี เพราะออกไปแล้วนายทักษิณคงไม่มาดำเนินการอะไรแน่นอน แล้วเชื่อมั่นว่า ภายในระยะเวลา 16 วัน ที่จะออกการประเมินภาษีไปยังนายทักษิณ เขาคงไม่มาเสียภาษีอีก แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อขอออกประเมินภาษีไปแล้ว เขาไม่มา ถือว่าระยะเวลาได้หยุดลง ก่อนที่จะครบอายุความ 10 ปี หลังจากนั้นจะดำเนินการฟ้องร้องต่อไป ข้อสรุปจะเป็นอย่างไรไปสู้กันใน 3 ศาล ผลอออกมาอย่างไรก็อย่างนั้น ขอให้สังคมสบายใจได้ว่า รัฐบาลไม่ได้ไปไล่บี้ทางการเมือง ไม่ได้ไปเกี้ยเซี้ยกับคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการสำคัญ อยากให้เข้าใจว่า การทำงานของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องคำนึงถึงวิกฤติศรัทธาประชาชน ข้อกฎหมายและอะไรหลายอย่าง จึงอยากให้เข้าใจว่าทุกเรื่องที่ดำเนินการต้องคำนึงถึงคุณภาพมาตรฐาน จึงจะสามารถนำพาประเทศชาติไปได้

 

“มันคงเป็นรายละเอียดที่มีกฎหมายเล็กซ่อนอยู่ในกฎหมายใหญ่ โดยที่ประชุมครม. นายวิษณุใช้คำว่า  ทำไม่ได้ แต่ทำได้ด้วยอภินิหารของกฎหมาย เพราะฉะนั้นมุมแบบนี้ คงไม่สามารถคิดออกได้ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง แต่การประชุมวงนายวิษณุเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ได้เชิญเกจิอาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาจึงคิดออก นอกจากนี้ นายกฯได้รับทราบกรณีที่กระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่าใครผิดหรือไม่อย่างไร ถ้าผิดต้องมีผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ และนายกฯยังบอกว่าจะไม่ทำอะไรแบบเทาๆ เราจะทำอะไรให้เป็นสีขาว" โฆษกรัฐบาล กล่าวทิ้งท้าย

 

อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews