- 14 มี.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 16,000 ล้านบาทว่า ภายหลังการขายหุ้นกรมสรรพากรเคยเรียกนายพานทองแท้ ชินวัตร และน.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้มาเสียภาษี แต่ไม่มีความคืบหน้า จากนั้นจึงมีการออกแบบประเมินภาษี แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่จ่าย จนกรมสรรพากรฟ้องร้องต่อศาลภาษีอากร ท้ายที่สุดมีการยกฟ้อง เพราะศาลเห็นว่าทั้งคู่เป็นเพียงนอมินี จึงต้องไปเรียกเก็บภาษีกับนายทักษิณซึ่งเป็นตัวการ ส่วนที่มีการเสนอให้ใช้มาตรา 44 ดำเนินการ นายกฯเคยระบุแล้วว่า จะใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้ ต้องใช้ในทางสร้างสรรค์ จะต้องไม่ทำให้มาตรการเรียกเก็บภาษีเปลี่ยนแปลงไป
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยให้หลักเกณฑ์ว่า 1.ต้องไม่ใช้มาตรา 44 ให้ใช้กฎหมายปกติ 2.ไม่ขยายอายุความ 3.ยืนอยู่บนหลักนิติธรรม ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และ4.ต้องดูเจตนาการขายหุ้นดังกล่าวว่าสุจริตหรือไม่ ถ้าสุจริตทุกอย่างจบ ถ้าไม่สุจริตให้ดำเนินการตามสิ่งที่ได้ให้ไว้ การจะดูว่าดำเนินการสุจริตหรือไม่ ได้ข้อสรุปว่า ต้องไปฟ้องร้องดำเนินคดีกันในชั้นศาล แต่มีคำถามว่า จะดำเนินการได้ทันก่อนอายุความ 10 ปีจะสิ้นสุดในสิ้นเดือนมี.ค.นี้หรือไม่ ที่ประชุมครม.ก็ได้แนวทางสว่างว่า เมื่อปี 55 ศาลภาษีอากรกลางตัดสินไว้ว่า นายพานทองแท้และน.ส.พินทองทา เป็นนอมินีของนายทักษิณ ไม่ใช่ตัวการสำคัญ เพราะตัวการสำคัญคือนายทักษิณ ดังนั้น การออกหมายเรียกทั้งคู่ในตอนนั้นจึงเหมือนเป็นการออกหมายเรียกนายทักษิณแล้ว
“ขั้นตอนต่อไปคือ การขอประเมินภาษี เพราะออกไปแล้วนายทักษิณคงไม่มาดำเนินการอะไรแน่นอน แล้วเชื่อมั่นว่า ภายในระยะเวลา 16 วัน ที่จะออกการประเมินภาษีไปยังนายทักษิณ เขาคงไม่มาเสียภาษีอีก แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อขอออกประเมินภาษีไปแล้ว เขาไม่มา ถือว่าระยะเวลาได้หยุดลง ก่อนที่จะครบอายุความ 10 ปี หลังจากนั้นจะดำเนินการฟ้องร้องต่อไป ข้อสรุปจะเป็นอย่างไรไปสู้กันใน 3 ศาล ผลอออกมาอย่างไรก็อย่างนั้น”พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ขอให้สังคมสบายใจได้ว่า รัฐบาลไม่ได้ไปไล่บี้ทางการเมือง ไม่ได้ไปเกี้ยเซี้ยกับคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการสำคัญ อยากให้เข้าใจว่า การทำงานของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องคำนึงถึงวิกฤติศรัทธาประชาชน ข้อกฎหมายและอะไรหลายอย่าง จึงอยากให้เข้าใจว่าทุกเรื่องที่ดำเนินการต้องคำนึงถึงคุณภาพมาตรฐาน จึงจะสามารถนำพาประเทศชาติไปได้
“มันคงเป็นรายละเอียดที่มีกฎหมายเล็กซ่อนอยู่ในกฎหมายใหญ่ โดยที่ประชุมครม. นายวิษณุใช้คำว่า ทำไม่ได้ แต่ทำได้ด้วยอภินิหารของกฎหมาย เพราะฉะนั้นมุมแบบนี้ คงไม่สามารถคิดออกได้ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง แต่การประชุมวงนายวิษณุเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ได้เชิญเกจิอาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาจึงคิดออก”พล.ท.สรรเสริญ กล่าวและว่า นอกจากนี้ นายกฯได้รับทราบกรณีที่กระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่าใครผิดหรือไม่อย่างไร ถ้าผิดต้องมีผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ และนายกฯยังบอกว่าจะไม่ทำอะไรแบบเทาๆ เราจะทำอะไรให้เป็นสีขาว
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ยังไม่แน่ชัดว่าใครผิด ใครถูก เพราะกรมสรรพากรระบุอาจดำเนินการไม่ได้ แต่ก็ยังไม่มั่นใจ ส่วนจะแน่ใจเมื่อไหร่ จำเป็นต้องมีคำพิพากษาศาล จะมาคิดเองไม่ได้ จึงต้องให้มีการประเมินและดำเนินการไปตามขั้นตอน โดยหลักการต้องรู้ว่าเรื่องนี้มีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกดคีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเอาไว้ว่า การเสียภาษีกรณีนี้ไม่ถูกต้อง ก็ต้องทำให้ถูกต้อง โดยการเรียกให้เสียภาษี ส่วนจะทำได้หรือไม่ ขณะนี้มี2ความเห็นว่า ถ้ายึดความเห็นที่หนึ่งของกรมสรรพากรคือเรียกไม่ได้ และอีกความเห็นของสตง.คือ สามารถเรียกเก็บได้ เมื่อยังไม่รู้ว่าใครถูก ผิด ก็ต้องไปทำให้ได้รับความชัดเจน คือประเมิณ ให้ความเป็นธรรม และสามารถอุทธรณ์ จากนั้นถ้าไม่มีการจ่าย รัฐก็ต้องไปฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งเมื่อถ้าตัดสินแล้วไม่พอใจก็ยังไปอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกดคีภาษีอากรได้ และการดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการประเมิณภาษีปกติทุกอย่าง เมื่อมีคำตัดสินแล้วจะได้ใช้เป็น บรรทัดฐาน เพราะสตง.ได้แจ้งว่า มีกรณีลักษณะนี้หลายสิบคดีด้วยกัน อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ไม่มีการขยายเวลา ไม่มีการขยายอายุความ ไม่มีการใช้มาตรา44 ใช้ประมวลรัษฎากรปกติทุกอย่าง ซึ่งเวลาที่เหลือ 16วัน ก็ไม่ยากอะไร เมื่อยื่นประเมิณแล้ว อายุความก็หยุด
เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรที่ไม่ได้เรียกเก็บภาษีก่อนหน้านี้ นายวิษณุกล่าวว่า ปลัดกระทรวงการคลังได้มีการตั้งกรรมการสอบตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม โดยเป็นการสอบวินัย ถ้าพบว่าผิดก็ดำเนินการตามกฎหมาย โดยย้อนไปตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น
เรียบเรียงโดย บุญชัย ธนะไพรินทร์
