เฮ้ย! แบบนี้ก็ได้หรอ? ผู้ตรวจการฯยุติตรวจสอบพล.ต.ท.ศานิตย์รับเงินไทยเบฟฯ อ้างเหตุผล "กรอกข้อมูลผิด"

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

นายรักษเกชา แฉฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติให้ยุติเรื่อง กรณีสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ขอให้ตรวจสอบ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ที่แจ้งในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯว่า ได้รับเงินค่าที่ปรึกษาจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2558 เดือนละ 50,000 บาท เนื่องจากยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ รับเงินดังกล่าวจริง แม้จะแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็เป็นเพียงเอกสารประกอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ให้ข้อมูลต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่า การตรวจสอบของ ป.ป.ช. จะดูว่า มีการยื่นเอกสารหลักฐานครบตามที่กำหนดหรือไม่ ส่วนการตรวจสอบทรัพย์สิน ป.ป.ช. จะตรวจสอบต่อเมื่อพ้นจากตำแหน่ง จึงนำทรัพย์สินมาเปรียบเทียบว่า มีทรัพย์สินและหนี้สินเพิ่มหรือลดลงจริงตามที่ได้มีการแจ้งหรือไม่ ประกอบกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ ชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาบริษัท ไทยเบฟฯ แต่ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. เป็นการกรอกข้อมูลผิด เพราะให้คนอื่นทำเอกสาร ส่วนบริษัท ไทยเบฟฯ มีหนังสือชี้แจงว่า ไม่ได้จ้าง พล.ต.ท.ศานิตย์ เป็นที่ปรึกษา

นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดีแม้จะไม่ปรากฏหลักฐานดังกล่าว แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อสังเกตเตือนไปยัง พล.ต.ท.ศานิตย์ว่า เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ต้องมีความรอบคอบ แม้ให้เจ้าหน้าที่ทำเอกสารให้ แต่ตัวเองต้องเป็นผู้เซ็นรับรอง เพื่อยืนยันเอกสารเหล่านั้นให้กับหน่วยงานสำคัญ จะอ้างเรื่องกรอกข้อมูลผิดจึงไม่สมควร เนื่องจากการเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี อีกทั้งโดยตำแหน่งมีหน้าที่กำกับดูแลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การแจ้งข้อมูลผิดดังกล่าวจึงเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี หมิ่นเหม่ ล่อแหลม อาจทำให้ถูกกล่าวหาได้ว่า มีผลประโยชน์กับบริษัทเครื่องดื่มดังกล่าว หรือถูกมองว่า ผิดทางวินัย ซึ่งกระทบภาพลักษณ์ ขอให้ในอนาคตต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังมากกว่านี้ ทั้งนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการแจ้งไปยังผู้ร้อง รวมทั้งผู้บังคับบัญชา พล.ต.ท.ศานิตย์ แล้ว

“คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ไม่ได้บอกว่าผิดหรือไม่ผิด เพราะผู้จะชี้ว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ เป็นที่ปรึกษาจริงหรือไม่เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ส่วนทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาในเรื่องของจริยธรรมเท่านั้น ดังนั้นเมื่อยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนจึงไม่สามารถบอกได้ แต่ถ้าในอนาคตปรากฏว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ เป็นที่ปรึกษาจริงจะต้องพิจารณากันอีกทีหนึ่ง” นายรักษเกชา กล่าว

เรียบเรียงโดย บุญชัย ธนะไพรินทร์