- 16 มี.ค. 2560
จับตา!!สนช.แถลงเปิดสำนวนถอดถอน ยันใช้อำนาจตามอำเภอใจ "อ้ายปึ้ง" ตามสูตร!! ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา??
หลังจากที่โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ เผย ที่ประชุม สนช. เตรียมพิจารณาคำขอเพิ่มพยานหลักฐานปมถอดถอน อดีต รมว.ต่างประเทศ ออกพาสปอร์ต ให้“นายทักษิณ ชินวัตร” จับตา!!...วันนี้สนช.เตรียมรับฟังการแถลงเปิดสำนวนคดีถอดถอน ก่อน ปิดสำนวน 29 มี.ค. ลงมติ 30 มี.ค.นี้
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.วาระการพิจารณาถอดถอนหรือไม่ถอดถอน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ออกหนังสือเดินทางให้ นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง ยังคงดำเนินต่อนับตั้งแต่เมื่อเวลา 10. 30น.
โดยนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ได้เป็นผู้แถลงเปิดสำนวนคดี ได้ยืนยันหลักการว่า ขั้นตอนการออกหนังสือเดินทางให้ นายทักษิณ ขณะนั้นอยู่ในสถานะผู้หลบหนีคดีตามที่ศาลออกหมายจับ ตั้งแต่ พ.ศ.2551 และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ดังนั้นการอนุญาตให้ออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ปี 2553 เป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่กระทรวงการต่างประเทศ และกระบวนการยุติธรรมของไทย และเป็นการใช้อำนาจโดยอำเภอใจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 และขัดต่อระเบียบกระทรวงต่างประเทศว่าด้วยการออกกฎหมายเดินทาง ปี 2558 มาตรา 17, 21, และ 23
นางสาวสุภา ยังได้ยืนยันอีกว่า คำร้องของ นายวิรัตน์ ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยประธานวุฒิสภาแล้ว อีกทั้งการขอให้ระงับการไตร่สวนไม่เป็นไปตามระเบียบของ ป.ป.ช. ส่วนเรื่องคุณสมบัติของ นายภักดี โพธิศิริ ทางกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วและมีมติไม่ถอดถอน
ด้าน นายสุรพงษ์ แถลงคัดค้านสำนวนคดี ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเห็นว่า กรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ไม่มีคุณสมบัติเป็นกรรมการ จึงทำให้มติ ป.ป.ช ที่กล่าวหาตนเองเป็นมติโดยมิชอบ
โดยบันทึกเอกสารการแจ้งข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. เป็นเท็จ เนื่องจากในวันแจ้งข้อกล่าวหามีกรรมการเข้าร่วม 6 คน แต่บันทึกเอกสารเป็น 9 คน แล้วไม่มีการแก้ไข แม้ส่วนตัวจะร้องขอไปแล้วก็ตาม อีกทั้งคำร้องของนายวิรัตน์ และพวก ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากไม่มีเอกสารประกอบตามระเบียบของวุฒิสภา ข้อ 61 ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน การลงรายมือชื่อ วันเดือนปี และที่อยู่อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ นายภักดี โพธิศิริ ยังไม่มีคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. ตั้งแต่ต้น เนื่องจากไม่ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทเอกชนก่อนเข้ารับตำแหน่ง และการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. อีก 2 ท่าน ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย และกระบวนการออกหนังสือเดินทาง เป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไม่สามารถใช้อำนาจในการสั่งให้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศทำผิดกฎหมายได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยอมรับว่า ในระหว่างการ พิจารณาถอดถอน หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่รัฐบาลได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้วนั้น มีผลบังคับใช้ จะทำให้ การพิจารณาถอดถอนต้องยุติลงทันที เพราะตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้กำหนดให้การพิจารณาถอดถอน เป็นอำนาจของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่ง ป.ป.ช. จะต้องนำสำนวนขอถอดถอน ไปยื่นต่อ ศาลฎีกา แทน
โดยสรุปว่าก็ต้องจับตา รอดูว่า ผลกรรมของนายสรุพงษ์จะสามารถตามทันหรือไม่ เพราะถ้าหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้มีประกาศใช้ก่อนวันลลงมติภอดถอน ก็ถือว่านายสรุพงษ์ยังพอมีโชคดีอยู่บ้าง แต่หากวันลงมติเดินทางมาถึงก่อน และสมมุติว่าสนช.ด้วยเสียงข้างมากลงมติให้ถอดนายสุรพงษ์จะต้องถูก "เว้นวรรคการเมือง 5 ปี" ถ้าเป็นแบบนี้ก็เรียกได้เลยว่า "กรรมจัดสรร"
เรียงเรียง วิลาสินี แววคุ้ม
