- 20 มี.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
เป็นเหตุการณ์ในสังคมที่เราเห็นได้อย่างบ่อยชัด กรณีการรับ-ส่งผู้โดยสารของรถแท็กซี่ แต่กรณีนี้กลับอาจผิดไปอย่างที่เคยเห็น เมื่อผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก "Chin Chin Tangtong" ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเขาที่เป็นโชเฟอร์แท็กซี่ ได้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรบริเวณ BTS อุดมสุข เนื่องจากเขาได้จอดติดไฟแดงแล้วบังเอิญมีผู้โดยสารมาขึ้นรถซึ่งรถยังติดไฟแดงอยู่ จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมาขอดูใบขับขี่ แล้วบอกกับเขาว่าจอดรับผู้โดยสารในที่ห้ามจอด เขาเลยสวนกลับไปว่ารถจอดติดไฟแดงแล้วมีคนมาขึ้น ผิดด้วยหรือ? เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบอกว่าเป็นความผิด เขาจึงไม่ให้ใบขับขี่เพราะถือว่าตนไม่ผิด
โดยจังหวะนั้นเอง เขาได้ขยับรถออกเนื่องจากไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่ตำรวจกลับยื่นมือเข้ามาในรถเพื่อที่จะดึงกุญแจรถออกและมือที่ยื่นมานั้นทำให้เฉียดโดนใบหน้าของเขา จึงทำให้มีปากเสียงและขับรถไปจอดข้างทางเพื่อเคลียร์ ทำให้ปรากฏภาพในคลิปวิดีโอดังกล่าวขึ้น ซึ่งผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก "Chin Chin Tangtong" ได้ระบุข้อความทั้งหมดว่า...
"ตำรวจจะจับผมข้อหาจอดรับส่งในที่ห้ามจอดแต่ผมจอดติดไฟแดงที่Bts อุดมสุข และผู้โดยสารมาเปิดประตูและขึ้นรถแต่รถยังติดไฟแดงอยู่ แล้วตำรวจก็เดินมาขอใบอนุญาตขับขี่ ผมถามกับว่าเอาไปทำไร มันบอกว่าจอดรับในที่ห้ามจอด ผมก็บอกไปว่ารถจอดติดไฟแดงแล้วคนมาขึ้นผิดด้วยเหรอ มันบอกผิด.ฃ ผมบอกงั้นไม่ให้เพราะพี่ไม่ผิด แล้วจังหวะไฟเขียว ผมก็ออกรถตามคันหน้าแล้วตำรวจมันเอามือเข้ามาในรถคงจะดึงกุญแจดับเครื่องมั้ง แต่มือมันมาโดนเฉียดหน้าผม ผมก็ด่าแล้วมันก็ด่ากลับ และรถข้างหลังบีบแตรไล่ ผมก็ขับออกไปแล้ววนกลับมาหาอีกรอบแล้วด่ากันอีก ผมสั่งมันบอกมึงไปเจอกูที่สน. เดี๋ยวนี้เลยแล้วก็ด่ากันอีกรอบ ผมก็สั่งบอกมึงไปสน. เดี๋ยวนี้ มึงตามกูมาเลยและผมไปถึงสน.
มันไม่มา แล้วผมก็ขอแจ้งความกับร้อยเวร ข้อหาทำร้ายร่างกายและปฎิบัติหน้าที่มิชอบ แล้วบอกให้ร้อยเวรวอเรียก สักพักมันก็มา แต่ยังไม่เข้าสน. แล้วอีกสักพักรอง.ผกกมา แล้วเสียงดังมาว่ามีเรื่องอะไร ใครใหญ่ ผมเป็นรอง.ผกก. แล้วไอ้ตำรวจนายนั้นก็ตามเข้ามา ผมก็ตอบไอ้รอง. ผกก. ไปว่าไม่มีใครใหญ่มีแต่เรื่องใหญ่ แล้วให้สอบปากคำไอ้น้องนี่ดูเอง รอง.ผกก.บอกกลับมา ผู้เสียหายต้องให้ปากคำก่อน ผมก็เล่าเรื่องให้ปากคำไปตามท้องเรื่อง และรอง.ผกก.ถามหาพยานมีไหม ผมบอกไปว่ามีสิ ไปดูวงจรปิดที่Bts ก็ได้ และที่สำคัญผู้โดยสารทั้งสามคนที่ขึ้นรถผมเขามาด้วยเป็นพยานได้ มันเสียงอ่อยๆ ไอ้รอง.ผกก. ก็เรียกผู้โดยสารของผมไปที่ละคนจนครบสามคน แล้วไอ้รองก็อหันมาคุยกับไอ้ดาบว่า ทำผิดเราก็ต้องรับผิด ประชาชนเขามีพยานชัดเจน ไอ้ดาบก็ยังไม่ยอมรับ แล้วไอ้รอง.ผกก. ก็ถามผมว่าจะเอาไง ผมก็บอกไปว่าผมแจ้งความแล้วก็ให้ไปเจอกันที่ศาลละกัน แล้วไอ้รองก็ไปพูดกับไอ้ดาบเชิงด่าๆ และประมาณว่าจะเคลียร์กับผมให้ ไอ้ดาบก็อ่อน แล้วไอ้รอง.ผกก. ก็หันมาพูดกับผมว่าช่วยๆ ให้จบด้วยดีได้ไหม นึกว่าเห็นกับรอง.ผกก.สักครั้งแล้วรอง.ผกก.จะอบรมอย่างดีเลย ผมก็ย้อนกับไปว่าบอกให้มันถอดกระโปรงออกแล้วมายอมรับผิดแบบลูกผู้ชาย มันก็ยังดื้อๆ
สุดท้ายเลยผมยอมจบ... แต่ผมใช้เวลากับเรื่องปัญญาอ่อนนี้ไปมากพอสมควรนะ ผมขอค่าเสียผลประโยชน์ของผมครั้งนี้ 2,000 ขาดตัว ห้ามต่อรองแม้แต่บาทเดียว ถ้าต่อรองผมจะไม่คุยด้วยแม้แต่คำเดียว แล้ว 2,000 บาทที่เรียกนี้ คือผมต้องการให้รู้จักถึงความรับผิดชอบที่ทำผิดจะได้มีจิตสำนึก รู้จักจิตสำนึก แล้วจงจำใว้ให้ดี และอย่ายุ่งกับพี่อีก แล้วอย่าคิดเอาคืน สรุปก็จบที่ 2,000 บาทแล้ว ผมก็กลับจากสน. และไปส่งผู้โดยสารผู้น่ารักที่สุดของผมทั้งคนและไม่คิดค่าโดยสาร
ผู้โดยสารประทับใจผมมากที่ผมปรับเงินตำรวจได้ถึง 2,000 แต่ผมก็บอกไปว่าถ้าคุณสามคนไม่มาเป็นพยานให้ผมก็คงลำบากใจ ผู้โดยสารนั้นทุกวันนี้ยังติดต่อกับผมอยู่ตลอดครับ"
รอโหลดคลิปวิดีโอซักครู่...
ขอบคุณ เฟซบุ๊ก Chin Chin Tangthong
